เช้าวันนี้หมูปันรีเควสขอกินซุปข้น เพื่อที่ว่าจะได้ฉลองเห็ดกระป๋องที่หม่าม้าซื้อตุนไว้ยั่วน้ำลายมาชาติเศษแล้ว ไม่ยอมทำให้กินซะที ถึงขั้นยอมกินซุปซองสำเร็จรูปแบบชงกับน้ำร้อนก็ได้ ใส่เห็ดด้วยจะได้กินเห็ด ไม่ได้การละ งานนี้หม่าม้าแปลงกายยยยยย 

ส่งลูกหมูแล้วก็เลยแวะไปที่ร้านผักตรงสวัสดิการฯ ปกติเรามาตอนบ่าย ผักมันก็ดูสลดๆไป ไม่ค่อยน่าตื่นเต้น  พอมาเช้าๆ แบบนี้ โอ้โห! ผักสดกว่า น่ากินมากกกก

ชอบปิ้งได้ผักโขมอ่อนๆมาสองกำ หอมใหญ่แบบที่รากยังไม่งอกแสดงว่าใหม่จริงๆ แบบนี้ซุปก็จะหวานกว่าด้วยน่ะ หัวประมาณกำปั้น มันฝรั่งอีกสองหัวใหญ่ กระเทียมของโปรดหมูอ้วนที่ซื้อแบบยกหัว ถูกตังค์ แถมรู้สึกว่าเก็บได้นานกว่าแบบแกะเป็นกลีบด้วยนะ มีบรอคโคลี่มาฝากให้ป๊าจิ้มมายองเนส แล้วก็ติดมะนาวมาด้วยเผื่อทำน้ำผึ้งผสมมะนาวหลังอาหาร มะนาวบ้านเรานี่ใจไม่แข็งอาจหัวใจวายได้เพราะ ราคามันสวิงยิ่งกว่าราคาหุ้น วันนี้สามลูกห้าบาท อาทิตย์ก่อนยังสี่ลูกอยู่เลย สามสิบสี่เปอร์เซ็นต์เชียวนะนั่น  แต่ก็ซื้อนะ คิดซะว่าถัวไปกับค่าผัก  หมดดดดดนี่ แปดสิบเจ็ดบาท  ระหว่างทางกลับบ้าน ก็แวะเซเว่นซื้อแฮมอีกห่อ แถมใส้กรอกอีกสี่เส้นเป็นหนึ่งแพ็ค เท่ากับเจ็ดสิบแปดบาท แพ้งงงง +_*|!! เฮ้อ  มิน่าเล่าเกษตรกรถึงยังรวยไม่เท่าอุตสาหกรซ้าที ควรเลิกบ่น แล้วเตรียมเครื่องปรุงจะดีกว่า ตอนเย็นให้หมูปันมาทำเอง เอ๊า…ก็ใครอยากกิน   [ถ้ามันย้อนมาว่าใครอยากทำอาจจะจ๋อยได้]

ขั้นแรก ก็ล้างผัก ช่วงนี้ให้ฝึกจิตด้วยได้ ยิ้มให้ผัก เลือกดูที่ละใบ ตรงก้านใบหรือต้นตรงยอดๆ นี่ก็กินได้ เลือกอ่อนๆจะไม่เป็นกากให้กวนอรรถรสอย่าใจร้อนหั่นไปทั้งกำเหมือนผัดผักบุ้งไฟแดง ใช้เวลาล้างนิดนึง ให้ชัวร์ว่าสะอาดเหมาะกับเซลล์เก่าๆ ของเราหน่อย ทำกินเองไม่ กระจายความร่ำรวยให้ร้านอาหารชุมชนแล้ว ก็ควรจะกระจายสุขภาพอันดีสู่คนในครัวเรือน

ผักโขมนี่หมูปันชอบ เขาว่าวิตามินสูงทำอาหารฝรั่งก็ดูเก๋ พวกผักโขมอบชีส หรือจะทำเร็วๆ ก็ผัดแบบจีนใส่กระเทียมให้เยอะก็อร่อยแล้ว มีกติกาอยู่อย่างเดียวว่าต้องลวกซะก่อนที่จะเอาไปปรุง ไม่งั้นในตำราเขาว่าจะขื่นขม หม่าม้าไม่เคยลองชิมว่าขื่นนี่เป็นไง เพราะลวกๆ ตามเขาว่าไปซะทุกครั้ง แล้วก็พบว่าอร่อยแล้ว เลยไม่อยากลองแบบไม่ลวก เกรงจะเสียของ ยังมีอีกหลายเรื่องในโลกเราก็เป็นอย่างนี้  ฟังๆเขามั่ง ไม่เข้าใจก็ทำให้รู้ซะ แล้วลงมือทำดู ถ้ามันเวิร์คก็ประหยัดเวลาเรา ถ้าไม่เวิร์คก็คิดดูว่าจะปรับปรุงมันได้มั้ย เจอแล้วก็บอกต่อๆกัน จะได้ประหยัดเวลาคนอื่นเขาสืบไป

ไหนๆ เราก็จะต้มน้ำหม้อใหญ่กันทั้งที เนื่องจากม้าก็ไม่ได้ขยันเป็นพิเศษ และจะเป็นคุณในทางช่วยป๊าประหยัดไฟ  ก็ควรจะเตรียมผักโขมไว้ลวกให้เยอะหน่อย ลวกสุกแล้วบีบน้ำให้แห้ง แช่แข็งเก็บไว้ได้นาน เหมือนตามซุปเปอร์ที่เขามีขายแบบต้มสำเร็จแช่เป็นก้อนน้ำแข็งมา อยากกินเมื่อไหร่ค่อยเอาออกมาละลายก็ใช้ได้เลยก็สะดวกดี แต่ไม่เก๋เท่าทำเองนะ  

แล้วม้าก็ถือโอกาสต้มทุ้กอย่างในหม้อเดียวกันนะแหละ บวกมันเทศหวานที่ค้างอยู่ในตู้เย็นมาสองวันแล้ว ต้มรวมไปไม่เปลืองน้ำ แค่ต้องวางแผนหน่อยว่าจะเอาอันไหนลงก่อน

มาถึงกรรมวิธีการลวกนี่ก็อีกนิดนึงนะ ไม่ใช่ตั้งน้ำแล้วก็ใส่ผักตูมลงไป  ทำอย่างนั้นจะได้ผักกลัวผี สีซีดไม่น่ากิน ตำราเขาว่าอีกว่าให้ใส่เกลือลงไปในน้ำ มันก็จะมีปฏิกริยา ทำให้สีเขียวในผักหนีไปไม่ได้อะไรทำนองนี้ อันนี้สำหรับผักสีเขียว แต่ถ้าเป็นผักสีขาวให้หยดน้ำส้มสายชูแทน มันก็จะขาวคงทนน่ากินกว่าผักดำ  

ระหว่างเตรียมผัก เราก็ตั้งน้ำไว้ใส่เกลือวนๆไปซะสามรอบ อีกทางก็ล้างมันฝรั่งแล้วก็ปอกไว้ บรอคโคลี่ก็ล้างแล้วแยกๆเป็นดอก ทำใหญ่หน่อยจะดูดีเหมือนที่ซิซเล่อร์ ตรงก้านก็ปอกๆเปลือกแข็งออก หั่นเฉียงๆ ดูคล้ายก้านคะน้า ทำให้คิดถึงหมูมะนาวรสเด็ดของน้านาขึ้นมากระทันหัน

ทำผักเสร็จ น้ำก็น่าจะเดือดพอดีก็เอาของลงต้ม เริ่มจากมันฝรั่งก่อน เพราะมันแข็ง และก้อนใหญ่ แล้วก็เอาบรอคโคลี่ลงไปแอบจุ่มๆ แป๊บนึงก็ช้อนขึ้นมาแช่น้ำเย็นเลย จะได้ยังกรอบอร่อยกว่าแบบนิ่ม ส่วนมันผรั่งก็ต้มทิ้งไว้ราวๆสิบถึงสิบห้านาที ระหว่างนั้น ก็ลองเอามีดแหลมๆ ลองจิ้มดูว่านิ่มหรือยัง แต่อย่าจิ้มบ่อยไปว่ามันจะสุกอาจได้มันบดมาแทน ถ้าแทงทะลุไปง่ายๆ ก็ยกขึ้นได้  ตอนนี้ในหม้อก็เหลือแต่น้ำเดือดก็โยนผักโขมพระเอกของเราลงไปจิ้มๆ ให้โดนน้ำให้ทั่วแล้วปิดไฟเลย น้ำยังร้อนจี๋พอลวกผักสุกแน่ๆ แล้วก็เล็งพอเห็นผักเป็นสีเขียวเข้มก็ช้อนขึ้นใส่อ่างน้ำเย็น ล้างๆๆๆ ให้มันเย็นและหยุดสุกต่อ แล้วก็รวบรวมใบผักที่ลอยฟ่องอยู่ให้เต็มกำมือ แล้วก็บรรจงบีบบบบบ เอาน้ำออกจะได้ไม่เสียรสเวลาเอาไปปรุง ระวังอย่าให้ใบมันเละคามือจะอดกิน ต้องบีบแล้วสลับอีกด้านนึงของก้อนผักแล้วบีบใหม่ ถ้าสมัยก่อนก็จะบอกว่าบีบอย่างคั้นกะทิ เพราะตะก่อนตอนอยู่บ้านคุณหญิงยาย แม่บ้านก็ต้องซื้อมะพร้าวขูด มาละลายน้ำแล้วก็คั้นเอง จำได้ว่าใช้น้ำร้อน พอคั้นเสร็จมือแดงนุ่ม เดี๋ยวนี้ต้องอธิบายกันยาว เพราะคนเดี๋ยวนี้เขามีกะทิกล่องกันแล้วก็ประหยัดเวลาดี แต่ก็นั่นแหล้ะ ไม่เท่เนอะ 

ถึงตอนนี้ก็ได้ส่วนประกอบที่ใช้เวลามากแล้ว มีผักโขมลวกก้อนนึง มันฝรั่งต้มสุกแล้วหั่นเป็นก้อนๆ ไม่ต้องเล็กมากนะ ขนาดพอให้ผัดได้ แพ็คใส่กล่องไว้รอหมูปันมาทำ …………

ตอนเย็นหมูปันกลับจากโรงเรียนก็เริ่มลงมือปอกหอมใหญ่ แล้วหั่นตามยาวไว้ครึ่งหัว วางทิ้งไว้ห่างๆ ให้มันหายตกใจ เราก็จะได้ไม่น้ำตาไหล  ระหว่างนั้นก็ปอกกระเทียม นี่ก็แล้วแต่ชอบอีก หมูปันชอบกระเทียมมากก็ใส่ราวห้ากลีบใหญ่ๆ หั่นเป็นแว่นๆไว้หรือจะบุบเบาๆ ก็พอไหว แฮมหั่นไว้เป็นเส้นๆ แอบกินไปบ้างได้ แต่อย่าเยอะซุปจะไม่ได้รส ม้าให้ปันหั่น ต้องคอยเตือนว่าไม่เอานิ้วนะ เดี๋ยวซุปจะกลายเป็นซุป เดอะ ริปเปอร์ไปแทน  ใส้กรอกที่ม้าซื้อมาเกินก็หั่นๆรวมกันไว้ ชิ้นที่เหลือเอาไว้ปิ้งกินต่างหาก  เห็ดกระป๋องต้นเหตุ ก็เปิดออกมาหั่นบางๆ ตามแนวตั้งมากน้อยตามกำลังศรัทธา หอมใหญ่เราทำหลังสุด เอามาวางนอนลง หั่นตามยาวคล้ายหั่น แตงกวา ระวังอย่าให้ตรงรากขาดออกกลีบหอมจะได้ติดกับขั้วรากอยู่อย่างนั้น หั่นง่าย บางคนฝีมือดีจะเฉือนแนวนอนอีกทีก็ได้ แต่ม้าไม่ล่ะกลัวนิ้วแหว่ง แล้วก็หั่นแนวขวางเล็กๆ เราก็จะได้หอมซอยเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ มากองนึง พร้อมลงมือแล้ว

 ตั้งกระทะใส่เนยกับน้ำมันมะกอกปริมาณก็แล้วแต่ใจ ถ้าใจถึงมาก ใส่มาก ก็อ้วนมาก แต่ทำให้หมูปันกินก็ใส่มากหน่อยได้ ยังอ้วนได้อีกหลายโล ใส่หอมกับกระเทียมซอยลงไปเลย ไม่ต้องรอแบบผัดผักเพราะน้ำมันจะร้อนเกินไปท่านว่าจะเกิดสารไม่ดีต่อสุขภาพ ม้าไม่ได้จำนะว่าเรียกอะไร รู้แต่ว่าอย่าทำก็แล้วกัน ที่สำคัญน้ำมันมะกอกกับเนยนี่มันไหม้เร็ว แล้วมันจะเป็นควันทำให้บ้าน และหัวเราเหม็น สรุปว่าใส่ไปเลยแล้วผัดๆๆๆ ถ้ามีพริกไทยดำก็เหยาะลงไปตอนนี้แล้วคั่วๆรวมกัน หอมดี 

พอหอมใหญ่เริ่มเป็นสีใสๆ ก็ใช้ได้ เทแฮมลงไปผัดให้พอน้ำตาลๆนิดนึง แล้วเทมันฝรั่งลง ตามด้วยผักโขม ผัดคลุกๆให้ทั่ว แล้วเติมน้ำซักชามนึง พอปริ่มๆ อันนี้ตำราเขาจะบอกว่าให้ใช้น้ำซุป แต่แหมก็ต้องต้มอีกซิขี้เกียจอะนะ ม้าก็ใส่แฮมไปแล้วทำมึนๆไปละกัน ก็ใช้น้ำเปล่านี่แหละต้มซะก่อนจะได้ประหยัดเวลา รอให้เดือดอีกทีก็ปิดไฟ เตรียมการปั่น

พวกเชฟมือทองเขาจะให้วางไว้ให้เย็น แล้วปั่น แล้วกรอง เสียดายไฟเบอร์ ม้าไม่กรองล่ะ หมูปันจะได้กินผักปั่นด้วย อึ๊จะได้นิ่ม 

เราก็เติมน้ำเย็นลงในกระทะ ก็จะทำให้คลายร้อนลงหน่อย แล้วตักใส่โถปั่นอย่าเทเป็นอันขาด ม้าเคยลองแล้ว หกเละครับ ไม่เวิร์คอย่างที่สุด ถ้าแยกผักโขมออกปั่นต่างหาก ก็ยุ่งขึ้นหนึ่งระดับ แต่จะได้ซุปสีขาว แล้วมีผักลอยหน้าลอยตาอยู่แบบที่ร้านแผลทฟอร์ม ก็ดูไฮโซ่นะ  แต่ถ้าไม่แยกปั่นรวมๆกันไป ก็ใช่ว่าจะอร่อยน้อยลง ก็จะกลายเป็นซุปเขียว โรยครีมแต่งหน้าก็ดูสวยดี 

เลือกชีวิตได้แล้วว่าจะเอาสีไหน ก็ลงมือปั่นให้เนียน  ปั่นแล้วจะกลายเป็นครีมข้นๆ ก็แบ่งใส่หม้อเล็กราวๆสองชาม เผื่อให้ป๊าด้วย ตั้งไฟอ่อนๆ แล้วเติมเห็ดตั้งพอร้อนๆ แล้วเติมนม ถ้าอยากให้มันๆ หน่อยก็ใส่ครีม หรือถ้าอยากคุมโทนชีวจิตก็แทนนมด้วยน้ำเต้าหู้ซะ คนเราเลือกได้อยู่แล้วว่าจะกินแนวไหน

ถึงตอนนี้ก็เรียกหมูปันมาชิม บ่นว่าไม่ค่อยเค็ม ก็ยังไม่ได้ใส่เกลืออะน่ะ อยากลองดู ม้าก็เหยาะเกลือให้จิ๊ดนึง ความจริงถ้าทนไหวอย่าเติมเกลือเลย จะได้สงวนไตไว้ใช้ยามชรา  ส่วนของที่ปั่นแล้วเหลือ ไม่ต้องเติมนม เทใส่กล่องไว้เป็นส่วนๆ รอให้เย็นสนิทแล้วแช่แข็งไว้กินวันหลัง  [เพิ่งเอ็มกับพ่อรูปหล่อประจำออฟฟิศ ฮีบอกว่าจะไปเวฟใส้กรอกมากิน โหย…ไม่ไฮโซ่เลย ทำซุปแบบนี้แช่แข็งไว้ ดึกๆหิวเอาออกมาเวฟให้ละลายใช้ไฟอ่อนราวสิบนาที แล้วเติมนม เวฟอีกที คราวนี้ไฟแรง ราวๆ 2 นาที อิ่มสบายพุง หลับสบายด้วย]

ซุปแบบนี้กินกับขนมปังครูตอง หรือขนมปังแครกเกอร์ก็เข้ากันดี ทำครูตองกินเองง่ายๆ ใช้ขนมปังปอนด์ที่กินเหลือ หั่นเป็นสี่เหลี่ยมเต๋าเล็กๆ ปิ้งให้กรอบ ก็ใช้โรยหน้าซุปได้ ซื้อแบบที่เขาทำสำเร็จก็มีขาย แต่แพงแถมของบางยี่ห้อ เอาขนมปังคลุกเนยมาด้วย อร่อยแต่อ้วน บางเจ้าก็คลุกเกลือเยอะ ตัวเราจะบวมแทน ทำเองดีกว่า  

มื้อเย็นวันนี้เราก็มีซุป กับใส้กรอกของหมูปัน ส่วนของป๊าเป็นซุปกับสลัดบรอคโคลี่  เพราะอยู่ระหว่างพันธกิจลดพุง   

 

อย่างย่อ

ผัดกระเทียมกับหอมใหญ่ พริกไทยดำ ในเนยกับน้ำมันมะกอกจนสุกใส ใส่แฮม ตามด้วย ผักสุกตามชอบ ใส่มันฝรั่งจะได้เนื้อข้นๆ แล้วให้พลังงาน เหมาะสำหรับเด็ก ถ้าทำให้ผู้สูงวัยก็ลดมันฝรั่ง เพิ่มผักหรือจะใช้แครอทต้มสุกแทนก็ได้  แต่ระวังตอนปั่นอย่าปั่นแครอทรวมกับผักโขม สีจะน่ากลัวเกินไป  แบ่งเก็บไว้ในช่องแข็ง เวลาจะกินก็ละลายออกมา ตั้งไฟอ่อนๆ พอเหลวก็เติมนมหรือครีม ชิมรสให้หวานผัก เค็มปะแล่มๆ  กินกับขนมปังปิ้งอุ่นท้องดี