อาทิตย์ก่อนนู้นไปกินข้าวกับแม่น้องเหลียง เลยได้สูตรหลอกเด็กบ้านนั้นมา เป็นเกี๊ยวกรอบใส้ชีส เลยลองทำตามดู ไม่หมูนะ ไม่หมู แต่หลอกเด็กได้

ส่วนผสมก็ต้องมีเก๊ยวกับชีสแหงอยู่แล้ว แผ่นเกี๊ยวนี่ที่ซุปเปอร์มีขาย แต่มันเยอะไปน่ะ เลยขอแบ่งซื้อจากร้านก๋วยเตี๋ยว ก็สารภาพไปว่าจะเอาไปเล่นกับลูกอะ  เขาก็แบ่งขายมาให้นะสิบบาทได้มากองนึง  ต่อมาก็ชีส อันนี้หมูปันขอเป็นมอสซาเรลล่าอีกเหมือนเดิมมันจะได้ยืดๆนะ ก็เจ้าก้อนเดิมที่เหลืออยู่น่าแหละ ซื้อมาก้อนนึงก็ทำไปหลายๆจานให้คุ้มหน่อย  แล้วก็หั่นชีสเป็นลูกเต๋าเล็กๆ  ตอนแรกหม่าม้าหั่นแบบบ้านคหปัตตานี ชิ้นอวบมาก แล้วให้หมูปันหั่นตาม ซึ่งก็ไม่เคยทำตามอยู่แล้ว หมูปันหั่นซะจิ๋ว หม่าม้าแว้ก เพราะเป็นห่วงว่าจะเคี้ยวเจออะไรมั้ย ก็เลยพบกันครึ่งทาง เป็นลูกเต๋าราวๆหนึ่งเซ็นติเมตร (ช่วงนี้เด็กปอสาม กำลังเรียนเรื่องวัด ตวง ชั่งอยู่หนะ)เกี๊ยวพร้อม ชีสพร้อม ก็ต้องเอามันมารวมกัน ต้องใช้กาวซิ  ว่าแต่ แม่เหลียงไม่ได้บอกไว้แฮะ ใช้ไข่ละกัน ก็เลยตีไข่มาใช้แทนกาว แม่เหลียงบอกว่า “พับครึ่งพอ ถ้าห่อเดี๋ยวไม่กรอบ” เราก็เชื่อฟังเป็นอันดี พับทะแยงอย่างที่เห็นเรียงใส่จานไว้ อันแรกๆ ก็ยังสงวนท่าทีอยู่ ทากาวเฉพาะที่แบบว่าทำเป็นแนวเส้นโค้งล้อมรอบชีสที่ว่า ปรากฏว่ามันเอาไม่อยู่ หลังๆก็เลยใช้วิธีละเลงไข่ไปทั่วแผ่น วางชีส แล้วพับครึ่งประกบปิดไปเลย เวิร์คคคค แล้วที่เวิร์คอีกอย่างคือชีสของหมูปัน หั่นเล็กๆ หน่อยหนะ เวิร์ค หั่นอวบแบบหม่าม้า แผ่นเกี๊ยวมันขาด

ห่อได้จำนวนนึงเราก็จะลงมือทอดกันแล้ว ใช้น้ำมันปาล์มนะ เขาว่าจุดเดือดมันสูง ไม่เป็นควัน แล้วก็ไม่แปลงกายเป็นสารไม่พึงประสงค์อย่างอื่นเหมาะกับงานทอดเกี๊ยวของเราเป็นอันมาก เล็งน้ำมันดู เดาว่าร้อนแล้ว เราก็เอาเกี๊ยวชะตาขาดตัวแรกหย่อนเลย เอ๊า เงียบ ยังเงียบอีกแป๊บนึงเพราะน้ำมันไม่ร้อน 😛   ตัวนั้นเลยได้รับการสถาปนาเป็นเกี๊ยวตะเภาไป ความจริงควรได้ป้ายสดุดีวีรกรรมด้วย เพราะทำให้เรารู้ว่าดูน้ำมันนี่ รู้หน้า ไม่รู้ใจ จริงๆ

พอเจ้าตัวแรกเกรียมแล้ว ก็เป็นอันว่าน้ำมันได้ที่ ก็ลำเลียงเกี๊ยวที่ห่อไว้ลงทอดกันเลย ระทึกใจมาก ว่ามันจะออกมาเป็นไง ….แต่น แตน แต๊น มันพองฟูน่ากินมากกกกก กลับข้างให้สุกทั่ว อย่านาน อย่าให้ไหม้น่ะ พอเหลืองๆก็คีบขึ้นวางในกระดาษซับน้ำมัน แป๊บเดียวหายไป เข้าเครื่องรับรองความอร่อย เร็วขนาดถ่ายรูปไม่ทันทีเดียว

ระหว่างทอดนี่ บางตัวก็เกิดอาการรั่วค่ะพี่น้อง ชีสละลาย ไหลออกมาเป็นเส้นเลยที่เดียว แต่ก็ยังกินได้อยู่นะ น่าจะเป็นที่ตอนห่อ ถ้าแม่เหลียงมีเทคนิคทำไงไม่ไหล ช่วยบอกมาด้วยจ้า

อันนี้เป็นเมนูหลอกเด็ก แต่ไม่ควรใช้หลอกผู้ใหญ่ เพราะจะได้พุงมาด้วย ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงชีสนะค่ะ แต่อยู่ตรงทอดนี่หละ ถ้าอยากกินก็ชิมคำ สองคำก็พอน้า

ของผู้ใหญ่ คิดถึงรายการที่เชฟอิ๊กสอนเมื่อวันก่อนลองดูซะเลย เพราะมีเนื้อปลาเหลืออยู่ก้อนนึง ล้างแล้วซับให้แห้ง โรยเกลือพริกไทยให้ทั่วทั้งสองด้าน พักใส่ตู้เย็นไว้ก่อน แล้วมาล้างถั่วหวาน อันที่คล้ายถั่วลันเตานะ แต่มันจะอวบๆกว่า กรอบ หวานอร่อยมาก พอได้เวลาก็ตั้งน้ำเตรียมนึ่งนะคะ เอาซีอิ๊วญี่ปุ่น ราวๆ สองช้อนแกง ถ้ามีมิรินก็ใส่ไปพอๆกัน หอมๆดีค่ะ เติมน้ำตาลทรายแดงราวๆช้อนชานึงนะ พริกไทยนี่ใช้พริกไทยดำดีกว่านะ ไม่เจอสารฟอกสี แล้วก็หอมกว่าด้วย เดี๋ยวนี้เขามีขายแบบบดเป็นเกล็ดๆด้วย สะดวกดีค่ะ  เกลือไม่ต้องแล้วนะ ซีอิ๊วเค็มแล้ว ว่าแล้วก็คนๆ ให้น้ำตาลละลาย ราดไปบนปลา แล้วปฏิบัติการนึ่งเลย

เวลานึ่งปลามาตรฐานก็ราวๆ เจ็ดนาทีก็สุกกินได้  วันที่ทำนี่เราเอาถั่วหวานโบ๊ะไปพร้อมกัน ออกมาถั่วนิ่มไปหน่อย คราวหน้าว่าจะนึ่งปลาซักพักก่อน แล้วค่อยโบ๊ะถั่วจะได้กรอบๆ นิดนึง อืมมมม นึ่งผักแบบนี้ ได้น้ำซุปหวานดีนะ กินกับข้าวอร่อยดี  ปลาที่ใช้ เป็นปลาค้อดแช่แข็ง มาเป็นก้อนๆ เดาว่าใช้ปลาอินทรี ก็น่าจะอร่อย ปลาหิมะไม่แน่ใจ กลัวน้ำจะเยอะไปนะ เมนูนี้อ้วนน้อย ลองทำให้คนลงพุงแถวบ้านชิมดูน้า ถ้าไม่เวิร์ค ก็……ลองใหม่ละกัน  

 

ทำกับข้าวก็คล้ายใช้ชีวิต         ต้องลองถูกลองผิดแล้วคิดต่อ

ทำกันไปชิมกันไปไม่ย่อท้อ       อย่ามัวรอให้อร่อยแล้วค่อยทำ

ถ้าเริ่มก่อนวันนี้มีหวังแน่        จะรู้แก้รู้ก่อนอ่อนตรงไหน

จะได้ปรับได้เปลี่ยนเรียนกันไป   ไม่วันใดก็วันนั้นมันหรอยเอง  เอย

 

ป.ล. หรอย = อร่อย เป็นภาษาชนชั้นสูงทางตอนเหนือของยะลา เจ๊า