หมูปันไปดูคอนเสิร์ต ดิ อินโนเซ้นท์ 
 

                   วันเสาร์ที่  10 ตุลา ที่อิมแพค เมืองทอง ราวๆ หกโมง ก็มีเด็กคึก (มากกกก) อยู่คนนึง กระโดดไปมาตั้งแต่เข้าไปในบริเวณงาน เดินไป ร้องเพลงไป เต้นไป ดีดกีต้าร์ (ลม) ไปด้วย  เอาเหอะเห็นใจน่ะ ก็หมูปันเค้าคึกกกกก รอมาตั้งสองเดือนแล้วนี่นะ แถมยังซ้อมร้องเพลงอย่างแข็งขัน ขึ้นรถป๊าทีไร เป็นอันต้องเปิดเทปทันทีจนเทปที่ป๊าถนอมมากว่าสิบปี แทบจะยืดดดดด  โปรดสังเกต เราฟังจากเทปนะ เทปคาสเซทแบบออริจิน่อนเลยทีเดียว หมูปันเค้าภูมิใจมากนะ ว่าเขารู้จักเทปคาสเซทด้วย เกิดมาก็เป็นยุคแผ่นซีดีไปแล้วนี่  ถึงยายแจ๊ดของม้าจะมีเครื่องเสียงไฮเทคขนาดเล่นเพลงจากตั๊มไดร้ได้ แต่…ขอโทษ ไม่มี ดิ อินโนเซ้นท์ คับ  ไม่มีที่เล่นเทป  ถ้าจะฟังต้องขึ้นรถป๊าเท่านั้น                 เข้าไปในงาน เราก็เก็บรูปกันไป  รอเวลาเปิดประตู ประตูเปิดยางงง        ดูที่บูธของที่ระลึก ป๊าซื้อซีดี  เย้สสส 

                 หมูปันบุกไปเซ็นชื่อที่โปสเตอร์รูป ดิ อินโนเซ้นท์     เขียนนานจนม้านึกว่าปันจะเขียนเรียงความนั่นเลย  เขียนไป คนที่อยู่แถวนั้นดูไป ก็อมยิ้มไป  หมูปันบอกว่า  รอมาตั้งแต่หมูปันเกิดเลยป่าวเนี่ยยยย

     การแสดงเริ่มราวสองทุ่ม สายไปนิดเพราะฝนตก  ขึ้นอินโทรเพลงแรกไปจิ้ดเดียวหมูปันก็จำได้เลยว่าเพลงอะไร แฟนพันธุ์แท้จริงจริ๊ง หมูปันก็แข่งกับม้าทายชื่อเพลงไปเรื่อย คุณลุงก็เล่นกันไปเรื่อย เพลงแรกเพียงกระซิบ แล้วก็ตามกันมาเป็นขบวน เสียงดังงงงมากกกกก เครื่องเสียงเขาแน่นเอี๊ยด ดูเหมือนทุกอย่างจะคูณสามนะ เสียงกลองนี่โป้งป้างสุดๆ  แต่ละเพลงก็มาเรียบเรียงกันใหม่ เสียงเครื่องดนตรีก็ปึ้กกกกกกกกก กว่าสมัยคุณตาคุณยายยังเด็ก เย้อะ  หมูปันต้องควานหาทิชชู่มาอุดหู ยังไม่พอ เอามือปิดอีก ยังเอาไม่อยู่  หลับไปดีกว่า  คือว่าเราตกลงกันไว้เมื่อตอนบ่ายว่า “ถ้าง่วง ไม่ต้องงอแงนะจ๊ะ หลับไปเลย”  พอดูไปพักนึง ก็หันมาถามหม่าม้าว่า “ไม่ต้องงอแงชะม้าย หลับเลยชะม้ายยยย ” ม้าก็พยักหน้าได้อย่างเดียวเท่านั้น เสียงหม่าม้าหายไปแล้ว  หมูปันก็เงียบไปแล้วด้วย zzzZZZZZZZ  ตอนนั้นก็ราวๆเพลงที่หกที่เจ็ดนี่แหละ ก็มีลุกมาเป็นช่วงๆ เวลาได้ยินเพลงโปรด หรือเพลงที่กระหึ่มมาก อย่างเพลงมนต์ไทรโยคนี่ เสียงรถไปฉึ่กฉั่กปู๊นๆ ซะจนต้องลืมตามาดู นิดนึง  ปรากฎว่าพอถึงเพลงสอบตกที่เป็นเพลงโปรดของหมูปัน ม้าก็ปลุกเลยน่ะ ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น สงสัยเป็นเพราะเสียงแขกรับเชิญเยอะเกินไป จนไม่คุ้นหูรึปล่าวน้า

ว่าด้วยเรื่องแขกรับเชิญ มีเย้อะมาก แนวสุดๆ ถูกใจหม่าม้ามากกกก  ตั้งกะพี่บอยโกสิ พี่ป๊อด พี่บอยตรัย พี่นภ พรชำนิ พี่จิ๊บ รด. กับพี่เหม พี่รัก วงพลอย เอ้อ เราเจอพี่จิ๊บอีกแล้วนะ คราวที่ไปดูสินเจริญ ก็เจอนะ มาชุดสีเขียว เดิมเดิมเลย แต่คราวนี้เสียงกระหึ่มกว่ากันเย้อะ  มีสมาชิกยุคแรกตั้งวงมาร้องเพลง… ถึงจะสิ้นวิญญาณกี่ครั้ง ฉันก็ยังรักเธอฝังใจ…. ยังมีพี่แหม่ม พี่ปุ้ม (อดีต) สาว สาว สาว ที่ทำเอาอาม่าโยกตัวไปตามเพลงได้  พี่ต้นแมคอินทอช ที่ยังโชว์ผมหน้าม้าเหมือนเดิม แต่ฝีมือแกแจ่มเจ๋งกว่าสมัยที่หม่าม้าไปดูคอนเสิร์ตหาทุนของโรงเรียนสาธิตที่แสดงตอนแปดโมงเช้า เยอะมาก  กรี๊ซซซซซซ มีพี่โต๋ด้วย ม้าปลื้มมมม พี่เค้ามาเล่นเพลงวัยบริสุทธิ์ สู้กับกีต้าร์พี่สายชล กับพี่โอม มันมากๆ   

แต่การแสดงก็ไม่ได้สนุกเร้าใจให้ติดตามอยู่ตลอดเวลาหรอกนะ มันก็มีช่วงอึ้งๆ เหมือนกัน อย่างช่วงที่วงอีทีซีมาเล่นแบบโชว์พาว ล้วนๆ นะ  ป๊าหมูกับหม่าม้าหมูหันมามองหน้ากัน  “ใคร_ะ”   อ๋ออออ อีทีซี   อ๋อออ หม่าม้าจำได้ ก็วงที่มาเล่นผับมู้ดแรกๆ ที่เราต้องนอนฟังไส้กระเทือนไปค่อนคืนนั่นไง ก็เลยเป็นความทรงจำที่ไม่น่าประทับใจกับวงนี้เค้า ฟังดูก็รู้ว่ามีฝีมือ แต่ด้วยว่าวัยของคนดูที่ไม่อาจเข้าใจเรื่องซับซ้อนได้ซะแล้ว ก็จะมีอาการอึ้งๆ โยกไม่ออก บอกไม่ถูกอยู่พักนึง  อาการนี้ อี๊หมอเคยบอกว่าเขาเรียก plasticity เป็นอาการแบบว่ารับอะไรไม่ได้อีกต่อไป  แต่ถ้าเพลงเก่าละก็ ป้าสู้ไหว เท่าไหร่เท่ากัน  ป๊าเรียกช่วงนี้ว่าเป็นช่วงพัก ไม่รู้ใครพัก คงทั้งคนแสดง และคนดู เพราะอายุก็ไล่กันมาติดๆ

ป๊าชวนม้าทายว่าเขาจะใช้เพลงอะไรเป็นฟินาเล่ ทิ้งทวนน้า  ม้าดาว่าเห็นใจกันหน่อยมั้ง ไม่ทันขาดคำเสียงกีต้าร์ก็ขึ้นมาพร้อมคุณลุงผมสลวย นั่งอยู่กลางไอน้ำแข็งแห้ง พลิ้ววววว มาเลย  เขาไม่ได้ขึ้นด้วยท่อนซิกเนเจ้อของเพลงนี้ตรง ตึ่ง ตึง ตึง ตึ๊ง ตึ๊ง ตึง ตึง ตึ๊ง ตึง ตึ่ง ตึง หรอกนะ  แต่หูขั้นแฟนหยั่งม้า ฟังกริ๊งแรก ก็เดาได้เลย ว่าเพลงนี้แหง ม้านั่งปลื้มกับเสียงกีต้าร์ที่กระเทือนไปถึงใส้ติ่ง เฮ้อ อยากมีผมสลวยแบบนั้นมั่งจัง

ตอนเกือบจะจบก็เป็นไปตามประเพณีการแสดง แนะนำคนบนเวทีกันครบ แล้วก็ขอบคุณคร้าบบบ… แล้วก็ปิดไฟ

……………..เอ๊า อย่าเพิ่งดิ….

ม้าบอกป๊าว่าช่วงนี้ ป๊าต้องโวยวายซิ โวยวายเร็วเข้า  เพราะเสียงม้าหายไปโดยสิ้นเชิงแล้ว

ในที่สุดเสียงโวยวายก็เป็นผล แก๊งคุณลุงก็ออกมาอีกครั้ง  พร้อมหมูปันที่ตื่นมาหลังจากชาร์จแบตแล้ว

ในที่สุดก็ถึงเพลงจบ คือเพลงฝากรัก นะเอง  ลุง ดิ อินโนเซ้นท์ เขาว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เล่นเพลงนี้ เพราะคนร้อง เป็นคุณลุงต้อยเศรษฐา ซึ่งหมูปันก็ปลื้มอยู่ตั้งแต่ดูหนัง ต๋อย ต่อย ต้อย นู่นแล้ว ลุงต้อย ก็ร้องได้เพราะมาก กรี๊ซซซ เหมือนกัน  วันหลังค่อยเล่าเรื่องเด็กชายจูราสสิคให้ฟัง

ป๊าหมูชอบมาก บอกว่าคุ้มค่าตั๋วจริงๆ  เป็นคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดในรอบปีเลยเชียว  ม้าคิดเล่นๆ ว่าคนที่มาดูก็น่าจะมีซักเก้าพันห้าร้อยคน คูณเวลาแสดงราวๆ ร้อยแปดสิบนาที คูณเวลาที่รอคอนเสิร์ตนี้มาคร่าวๆ ราวยี่สิบปี ยกกำลังด้วยอายุของคนดู ที่ดูว่าแก่ขึ้นในอัตราเร่ง  ก็จะได้มวลของความสุขเป็นจำนวนอินฟินิตี้ หรือแปดตะแคง ของหมูปัน  เป็นก้อนของความสุขที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ โดยเฉพาะเวลาเห็นคนอายุเยอะๆ ได้มีโอกาสแบบนี้  ม้าแอบดูชั้นล่าง ก็เห็นคุณลุงคุณป้า อาม่า อากง ที่คาดว่าโดนลากตัวมาเหมือนอาม่าของเราก็ยังตบมือ โยกตัวไปกับเพลงด้วย เป็นเวลามหัศจรรย์จริงๆน้า เหมือนคนดูลืมไปว่าเวลาได้ผ่านไปแล้วตั้งยี่สิบปี 

นี่มั้งน้า ที่ไอน์สไตน์เค้าว่าเวลามันเป็นมิติที่ซ้อนอยู่