กมฺมุนา วตฺตตี โลโก หมายว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม  การที่สัตว์โลกผู้ได้เดินทางมาค่อนชีวิตแล้วยังบังอาจไปตะโกนร้องเพลงในคอนเสิร์ตปล่อยแก่ ย่อมเป็นกรรมหนัก อันสมควรที่ต้องได้รับผลแห่งกรรมนั้น  ตั้งแต่คืนวันเสาร์ จนถึงบัดนี้ เสียงของป้าก็ได้หายไปแล้วโดยสิ้น 

ความจริงก็มีข้อดี  หมูปันก็เลยเลิกชวนเล่นตะลุยเกาะกาลาปากอส เพราะหม่าม้าไม่มีเสียงจะตอบตั้งแต่ตอนที่ต้องไปขอวีซ่าที่เอกวาดอ  วิคทิ่มเบอร์สอง คือป๊าหมูก็ต้องรับงานแทน  ก็ดีนะให้หมูปันเล่นกับป๊าตุนไว้ในวันหยุด เผื่อไว้สำหรับวันธรรมดาที่ป๊าแกบอกว่ายุ่งโคต๊อน โคตอน จะได้ไม่มีคลื่นรบกวน   แล้วก็ดีที่ได้รู้สึก (ซะมั่ง) ว่าคนที่พูดไม่ได้นี่ลำบากไม่น้อย ง่ายๆ เลย คือไม่สามารถเรียกหมูปันได้ถ้าฮีหันหลังให้ ก็ต้องเดินไปสะกิดกันถึงตัว อันนี้ก็ไม่เท่าไหร่  แต่ที่ร้ายแรงจะเป็นเวลาฉุกเฉินอย่างข้ามถนน กระโดดลงจากราวโหนในสนามเด็กเล่นอะไรงั้น  ฮีมีทักษะพิเศษในการหาวิธีเล่นให้เร้าใจพ่อแม่ได้เสมอ  

ที่จะลำบากอีกอย่างคือ เราจะไม่สามารถบรรยายอะไรได้อย่างใจนึก อย่างบรรยายให้ช่างตัดผมรู้ว่าคุณฮ่ะ อีช้างเนี่ยจะมีงานกินเลี้ยงฉลองแต่งงานของน้องเริฟปลายเดือนนี้นะฮ่ะ ขอความกรุณาตัดแบบเผื่อๆ ไว้งานนั้นสักหน่อย อย่าสั้นเกินไป ขอเป็นแนวหวาน ให้พอเหมาะกับหน้าตาของอีช้าง อนึ่ง อย่าให้มันเด๋อเกินไปนะฮ่ะ ฯฯฯฯ  อันนี้เพียงครึ่งที่ใจอยากจะบอกเท่านั้น แต่ที่ทำได้คือให้ป๊าหมูช่วยพูดโทรศัพท์ นัดเวลาให้ พอถึงเวลาตัด ก็พูดได้แค่ “จะ มี งาน  ปลาย เดือน !!!  ช่างผมคนโปรดพยักหน้า ผลที่ได้ก็…อืมมม…ประมาณนึงนะ แต่ไม่หวาน  ช่างเค้าอาจจะอนุมานว่าเป็นงานโกนจุกหลานคนที่สาม  อันนี้โทษเค้าไม่ได้จริงๆ ฝีมือช่างยังแจ่มเหมือนเดิม เพียงแต่มันมีอุปสรรคในการสื่อสารอะนะ   

แล้วก็เกิดเหตุอีกจนได้ แม่น้องริวโทรหา แต่ก็ไม่สามารถเจรจาความได้แม้แต่น้อย เลยให้ป๊าหมูคุยให้ ได้ยินว่าอยากทำผักโขมอบชีสสึ  ก็รู้สึกสะท้อนใจที่น่าจะคุยกันได้  มันก็จะ ง่าย ง้าย ง่าย ริวคุงหลานป้าจะได้กินมั้ยเนี่ย  เมนูนี้ วันก่อนก็ยังคุยกับนู๋ใบไม้ เรื่องที่เค้ามาตรวจอนุมูลอิสระกัน ก็ยังคุยกันว่าของหร่อนมันโซนเหลืองเพราะไม่ยอมกินผักเป็นแน่ ยังต๊ะไว้ว่าจะนำเหนอเมนูนี้ แล้วก็ยังค้างอยู่  อย่ากระนั้นเลย เดี๋ยวจะต้องมาตัดกรรมกันอีก ควรจะเขียนในบัดนาว เผื่อหม่าม้าริวผู้ถอดดวงใจฝากพระฤาษีไว้ จะไปจ่ายกับข้าวทันทำให้กินเย็นนี้นะจ้ะ

ของที่ต้องใช้ทำผักโขมอบชีส ก็ต้องมี ผักโขมกับชีสแน่อยู่แล้ว  ผักโขมนี่ วันไหนไปตลาดสดเจอผักโขมจีนหน้าตาดี ก็ซื้อมาเลยสองสามสี่โล เลือกอ่อนๆ สดๆ ถูกตังค์ เราเลือกเองได้ทุกใบ ตรงยอดนั่นเด็ดมาทั้งกระจุก ก้านอ่อนๆ อร่อยดีจ้ะ ใบแก่ก็กินได้นะ ใบมีรูยิ่งดี แปลว่าหนอนกินได้ คนก็กินได้ แต่ไม่เอาก้านแก่ มันเหนียวเคี้ยวไม่ออก ได้ผักมาแล้วก็ล้างให้แจ่มสมใจ แช่น้ำโซดาไบคาร์บอเนตอีกพักใหญ่ๆ แล้วสงขึ้น    ลวกในน้ำเกลือเดือดๆ ซะทีนึงพอสลด เอาขึ้นล้างน้ำเย็นเลย แล้วบีบน้ำออกให้แห้งนะ บีบแรงได้ไม่ต้องกลัวมันเละ ผักโขมนี่มันเหนียวนุ่มมากทำทีนึงก็ทำไว้เยอะหน่อย เสร็จแล้วแบ่งเป็นก้อนๆ ใส่กล่องแช่แข็งไว้ อยู่ได้เป็นอาทิตย์ ถ้าจะย่นเวลาก็ซื้อแบบที่เขาลวกสำเร็จ แช่แข็งมาเป็นก้อนเล็กราวลูกปิงปอง มีขายตามซุปเปอร์ทั่วไปจ้ะ เวลาจะใช้ก็ละลายน้ำแข็ง แบบนี้จะมีน้ำเยอะหน่อย ก็บีบน้ำออกให้แห้งเหมือนกันไม่งั้นจะได้กินแกงจืดผักโขมแทน 

ต่อมาก็ชีส ปกติหมูปันชอบมอสซาเรลล่า แต่หม่าม้าชอบเชดด้าตั้งกะแม่ไข่ตุ๋นบอกมา เพราะมันจะออกเค็มหน่อย อันนี้ไม่จำกัดสิทธิ บ้านไหนจะชอบพาเมซาน หรืออย่างอื่นอีกก็ปะปนกันไป ไม่น่าจะกระทบต่อความอร่อย ยกเว้นบลูชีส อันนี้ไม่เรคคอมเมน มันเหม็นเกินรับไหวนะ  แล้วก็ ขอนำเหนอให้ซื้อชีสแบบที่เขาตัดแบ่งขายเป็นก้อนๆ  ก้อนนึงก็ราวๆ ขีดนึง ราคาราวร้อยนิดๆ จ้ะ แล้วมาขูดเองตอนจะโรยนั่นเลยทีเดียว อย่างละนิด อย่างละหน่อย จะสด หอมอร่อยเชียวละ

เครื่องปรุงอื่นที่เป็นพื้นเลยก็หอมใหญ่ซอย กระเทียมซอย เนยสด น้ำมัน (มะกอกก็ดีนะค่ะ) พริกไทยดำบดเป็นเกล็ดใหญ่ๆ  ครีมสด หรือจะเลี่ยงเป็นนมก็พอไปได้แต่อาจไม่มันสะใจเท่า ส่วนเรื่องโปรตีนนี่ตามชอบจ้ะ ปกติก็เป็นแฮมมั่ง เบค่อนมั่ง เห็ดแชมปิยองกระป๋องเอามาซอยๆมั่ง แต่วันที่ทำนี่มีปลาแซวม่อนรมควันอยู่ ก็เลยลองเอามาทำดู กลิ่นดีเชียวแหละ

เริ่มทำกันซะทีนะ

สูตรนี่ป้าเก๋งไม่ได้ชั่งตวงวัดแต่อย่างใด ปกติถ้าทำกินสามคนก็ใช้ผักโขมราวสองกำปั้น หั่นหยาบๆ ซะสี่ห้าที ก้านยาวๆ จะได้ไม่หลุดลงคอเจ้าตัวเล็ก  หอมใหญ่ลูกเล็กๆ ราวครึ่งกำปั้น ใส่จนหมดแหละ ได้วิตามิน แล้วก็หวานดี เหลือไว้ก็เน่าซะเปล่าๆ กระเทียมกลีบอวบๆราวสี่ห้ากลีบ  ลงมือผัดหอมกับกระเทียม พริกไทยเกล็ด ในเนยราวช้อนชานึง กับน้ำมันมะกอกอีกหน่อยให้พอทั่วกระทะ  ถ้าใส่เบค่อนก็ลดเนย กับน้ำมันลงนะ บางสูตรก็ให้ทอดเบค่อนก่อน แล้วใช้น้ำมันนั่นเลย ก็หอมนะ แต่อ้วนนะ ตัดสินใจเองละกัน

ความจริงลำดับการเอาของลงผัดนี่ ก็เหมือนเวลาเราผัดคะน้าหมูกรอบนั่นหละ ผัดกระเทียมกับหอมใหญ่ ให้หอมใหญ่เปลี่ยนเป็นสีใสๆ   ก็เอาเนื้อลง จะแฮม จะเห็ด จะปลา ก็นิมนต์ลงไปตอนนี้  ผัดจนหอม ก็ประโคมผักโขมลงผัด ให้ทั่วๆ   เติมครีมลงไปตามใจรัก  ถ้าชอบแบบแฉะๆ หน่อย ก็ใส่มากหน่อย เผื่อไว้ด้วยค่ะ ตอนเสร็จมันจะแห้งลงอีกนิดนึง  ปรุงรสด้วยเกลือ แต่อย่าเยอะนะ ของอื่นที่เราใส่มันก็แอบมีเกลือผสมอยู่แล้ว เค็มไปเจี๊ยะไม่ล่ายยยย 

เราผัดจนของทั้งหมดดูสามัคคีกัน ผักนุ่มนิ่มได้ใจแล้ว ปรุงให้อร่อย ชิมได้ แต่อย่าหมดนะ  ตักใส่ชามทนไฟที่จะเอาเข้าอบหรือทำกระทงฟอยล์ก็ง่ายดี ไม่ต้องล้างด้วย  เวลาจะกินก็โรยหน้าด้วยชีสขูดให้ท่วม จะแอบคลุกชีสลงไปในผักหน่อยก็ได้ แต่ผู้ใหญ่ก็ต้องกินไปด้วย ของที่บ้าน จะทำแบบแบ่งชนชั้น แล้วแบ่งกันรับผิดชอบ ตามอายุ และขนาดพุง

ป้ามักจะแอบมาทำไว้ตอนบ่ายต้นๆ ช่วงง่วงๆ ของวัน พอจะได้เวลากิน ค่อยโรยชีส  เอาเข้าเตาอบ หรือเตาติ๊ง ปิ้งให้ชีสเยิ้มๆ เกรียมเล็กน้อย ไม่เกินสิบนาทีก็ลุยได้    หรือถ้าจะให้อยู่ท้องอีกหน่อย ก็เพิ่มขนมปังฝรั่งเศสหั่นบางๆ ปิ้งให้กรอบๆ ใช้แทนช้อนก็เวิร์คค่ะ แบบนี้ประหยัดเวลาเตรียมของมื้อเย็น แถมตอนกินหน้าเราก็ไม่มัน หัวไม่ฟู จะดูดีทีเดียว  

 

อย่างย่อ

       ผัดหอมใหญ่ พริกไทยดำ กับกระเทียม            ผัดให้เรี่ยม ในน้ำมัน กับเนยสด

ผัดต่อไป เบค่อนแฮม พอสลด                   เติมผักโขม ครีมสด ปรุงรสดี

ตักลงชาม ชีสลงตาม โบ๊ะเต็มหน้า            อย่ารอช้า อัญเชิญเข้า ในเตาอบ

พอชีสเยิ้ม เกรียมนิ้ดนีส เป็นอันครบ           ฉากยกรบ เริ่มได้ ในทันที  

เอย