บ้านป้าเก๋งอยู่ที่ตำบลปากแพรก อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช หมูปันปิดเทอมทีไรก็จะหาเวลาพากลับบ้านซะทู้กที  ปีก่อนนู้น ประสบเหตุให้มีจังหวะกลับได้บ่อยจนเป็นที่สังเกตุ ก็มีคนถามว่ากลับไปทำอะไร  มีอะไรเหรอ ก็ตอบไปว่าไม่มีอะไร เพราะจริงๆ แล้ว นอกจากความเจริญตามปกติที่ชวนให้หุดหิดในหลายโอกาส ก็ไม่มีอะไรอื่นจริงๆ

ไม่รู้ใครจะรู้สึกเหมือนป้าเก๋งมั้ย ว่าเวลาที่ได้ไปบ้านนี่มันมีความสุข แบบกรุ่นๆ ยังไงไม่รู้ มันไม่ได้ตื่นเต้น ปี๊ดๆแบบเวลาจะได้ไปเที่ยว แต่เราก็จะรู้สึกกรุ่นๆ อวลๆ อยู่ในใจ พอไปถึงบ้าน เราก็ไม่มีอะไรต้องทำเป็นชิ้นเป็นอัน เรียกได้ว่าเป็นอาการนั่งๆ นอนๆ อย่างกับคหปัตตานีกันเลยทีเดียว ที่ชอบมากที่สุดคือหมูปันได้ไปเล่นกับน้อง ป้าเก๋งก็ไม่ต้องเลี้ยง ให้พี่กับน้องเค้าเลี้ยงกันเอง สบายไปทั้งเด็กและผู้ใหญ่

น้องของหมูปันชื่อน้องซานเป็นลูกของตั่วกู๋ น้องซานอายุน้อยกว่าหมูปันสองปีก็เลยเรียกหมูปันว่าโกปัน ฟังดูเก๋ามาก เพราะทางใต้ ใครได้เป็นโกนี่ โกนั่น ก็คาดได้ว่าเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ในถิ่นนั้น    ผู้มีอิทธิพลแถวถนนชนปรีดา แต่ตอนนี้เวลาซื้อเสื้อให้สองคนพี่น้อง เราก็จะประสบเหตุว่า ตัวที่ตั้งใจซื้อมาให้โกปัน จะพอดีกับน้องกว่า แล้วก็ต้องสลับกันเป็นประจำ ก็ไม่รู้ว่าใครจะดูแลใครกันแน่  น้องซานสามารถกินข้าวหมกไก่เป็นอาหารเช้าก่อนไปโรงเรียนได้ ทำเอาเด็กเมือง งงไปนาน ใครไม่งงแสดงว่าเป็นคนบ้านเราเหมือนกัน  ปีก่อนนู้น เวลาไปกินข้าวนอกบ้าน น้องซานมักจะรีเควสหมูนิ่ม ก็คือขาหมูแหละ แต่น้องชอบตรงนิ่มๆ ที่หนังมันหนะ ก็เลยเป็นเหตุให้น้องตัวโตกว่าพี่มาได้ฉะนี้  ส่วนเวลาพี่น้องเล่นกัน ก็จะน่าร้าก ไม่ค่อยจะเกิดเหตุปะทะกันจะมีก็งอนกันมั่งเวลาขัดใจกัน ฉันจะเล่นหยั่งนี้ ทามมายเธอไม่เล่นหยั่งชั้น แยกกันไปแป๊บนึงเดี๋ยวก็กลับมาเล่นกันต่อ เป็นอย่างนี้ตั้งแต่หกโมงเช้ายันสามสี่ทุ่มเชียวแหละ

เวลากลับบ้าน ถ้าไม่ติดงานป๊าหมูก็มักจะไปกับเราด้วยทุกครั้ง ป๊าหมูเป็นเด็กเมือง ไปไหนมาไหนก็จะดูโดดๆ เป็นที่สังเกต แล้วแกก็ชอบไปไหนมาไหนซะด้วยซิ  จำได้ว่าแรกๆ ที่ป๊าหมูไปบ้าน แกเดินไปทั่ว พร้อมกล้องที่ใช้ฟิล์มตัวใหญ่แบบช่างภาพมืออาชีพ แล้วก็ถ่ายรูปเมืองรูปบ้านไปเรื่อย  เป็นเหตุให้มีคนเข้าใจว่าจะมีญี่ปุ่นมาซื้อบ้าน ราคาที่ดินพาลจะพุ่งไปทีเดียว  ป๊าหมูมักจะหายออกจากบ้านไปเป็นระยะๆ แล้วก็จะกลับมาพร้อมหนังสือพิมพ์บ้าง นิตยสารบ้าง…ทู้กกกกวัน  แกน่าจะครองตำแหน่ง “แวลู่คัสตอมเม่อ” ของร้านหนังสือประจำตำบลไปแล้ว  อีกอย่างที่ป๊าหมูชอบหิ้วกลับมา คือของทอดทุกชนิด ไม่ว่าจะอิ่วจาก้วยตัวเล็กๆ (ก็ปาโก๋แหละ) จิ้มสังขยาไข่ หรือโรตีจุ้มนมข้นหวานเยิ้มๆ เราก็จะพบว่า กลับบ้านทีไรก็น้ำหนักขึ้นทุกที 

ส่วนป้าเก๋งหลังจากโดนบังคับตื่นเช้า เพราะพี่น้องเค้าก็ตื่นมาเล่นกันตั้งกะหกโมงเช้าแล้ว ก็ชอบแอบชะว้าบไปเดินตลาดข้างบ้าน ที่ชาวบ้านเขาเอาของบ้านๆ มาขายกัน เมื่อเล็กๆ ก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่มาถึงตอนนี้ก็รู้สึกเสียดาย ของหลายอย่างก็เปลี่ยนไปตามความเจริญของเมือง น้ำพริกแกงที่ตะก่อนจะปั้นมาอย่างเนียนเป็นภูเขาใส่กาละมังใหญ่ๆ  ขนมหวานก็มาเป็นถาดใหญ่ๆ แล้วตักแบ่งขายใส่ใบตอง ก็กลายเป็นกล่องพลาสติก  ข้าวยำที่เคยใช้ใบตองห่อมาแบบอวบๆ ก็กลายเป็นถุงพลาสติกไปซะงั้น แต่ก็ช่างเหอะ Que Sera Sera, whatever will be, will be เราก็ชื่นชมกับสิ่งที่มีอยู่ก็ได้

ที่บ้านมีขนมหลายอย่างที่จะมีขายเฉพาะตอนเช้า อยากกินตอนอื่น ก็กรุณาไปซื้อซะตอนเช้า แล้วเอามาเก็บไว้เอง  พวกขนมครกแบบแป้งเค็มๆ มันๆ  ใส่กระทงใบตองยังพอเห็นอยู่ เวลากินต้องจิ้มน้ำตาลทราย  ต่อด้วยขนมลูกเห็บ  รสเด็ด เผ็ดนิดหน่อย นี่ก็เล็งๆว่ามีมะพร้าวยืนพื้น คลุกกับเนื้อปลา แล้วก็น้ำพริกแกงทอดเป็นลูกๆ คล้ายขนมเม็ดขนุน แล้วยังมีขนมแป้งถั่วเหลืองใส้หมูที่ทอดในทัพพี ขนมจีบ ซาลาเปา กับอิ่วจาก้วยตัวอวบๆ แล้วคราวนี้ก็เจอข้าวเหนียวมูนผสมข้าวฟ่างมาด้วย  เห็นแล้วรีบวิ่งเข้าใส่ คิดได้ไงเนี่ย ตั่วกู๋บอกว่าบางวันก็ผสมถั่วแดง แลถั่วอื่นอีกประปราย แต่ได้กินเพียงวันเดียว เพราะวันต่อมา แม่ค้าท่านนี้ก็ไปปรากฎตัวให้สัมภาษณ์กรณีรถไฟตกรางที่เขาเต่าซะงั้น เป็นอันว่าอดกิน  ความอุดมในช่วงเช้านี่ก็เป็นข้อสังเกตุว่าคนบ้านเรา ให้ความสำคัญกับมื้อเช้ามากกว่ามื้ออื่นมานานก่อนที่สถาบันคิงส์ คอลเลจจะออกมารับรองซะอีก   

ความจริงตอนเย็นก็มีตลาดโต้รุ่งที่เทศบาลพยายามทำเป็นถนนคนเดินอีกแหล่งนึง ของกินเพียบเหมือนกัน ขนมหวานเป็นถาดยังพอได้เห็น แต่ก็ใส่ถุงพลาสติกมาน่ะ ไม่ได้ห่อใบตอง มีร้านข้าวต้มไก่ น้ำซุปหอมฉุยที่อากงขายมาตั้งแต่หนุ่มๆ   ป๊าหมูชอบกินเต้าฮวยที่นุ่มนิ่มไม่เหมือนที่ไหน แล้วบางทีเข้าบ้านแล้วก็ยังแอบชิ่งออกไปนั่งร้านโรตีได้อีก เด็กๆก็พลอยสนุกไปด้วย หมูปันชอบกินโรตีกรอบจิ้มนมก็จากที่นี่นะแหละ

เมื่อช่วงออกพรรษา ก็ได้พาหมูปันไปงานชักพระที่บ้าน ตั้งใจว่าจะเก็บรูปบรรยากาศตอนเช้ามาอวด แต่ก็เจอฝนซะทุกเช้า นึกว่าจะแห้วซะแล้ว ก็ต้องใช้วิธีจรยุทธ์กัน รีบออก รีบถ่าย เห็นแดดดีๆ ก็รีบแจ้นออกไปเก็บรูป เอ๊า ฝนตกซะงั้น บางวันก็เปียกกลับมา ส่วนวันชักพระแดดดีเชียว หมูปันไปแจมได้สองสามขบวน กลับบ้านดีกว่า มันหร่อนนนน (พูดตามไป จะได้ว่า มันร้อน ในเวอร์ชั่นแหลงใต้นะ) ถึงได้ภาพมาฝากกัน รูปคราวนี้แปะไว้ที่โฟโต้นะคะ ทำลิ้งค์ไว้ คาดว่าจะไปที่สไลด์โชว์ได้ จะได้เห็นรูปชัดกว่าค่ะ  ป้าเก๋งมีคำบรรยายใต้ภาพด้วย เชิญเม้นกันได้ตามสะดวกค่ะ   ลิ้งค์ ไปดูรูป ดับเบิ้ลคลิกตรงนี้ค่ะ

ใครเป็นเด็กบ้านๆ แบบเราๆ เวลาไปบ้านก็ถ่ายรูปมาอวดกันนะคะ

ปล. ช่วงนี้เงียบไปหน่อยนะคะ อาทิตย์ก่อนปวดท้อง ก็เลยเข้าไปนอนเล่นให้หมอตรวจนอกปลิ้นในอยู่ค่อนวัน โดนเจาะอีกสองรู อัลตร้าซาวน์ควานหาก็ไม่ปรากฏสาเหตุ หมอกลัวใส้ติ่งจะแตก ป้าว่าใส้ติ่งมันน่าจะปวดกว่านี้ เถียงหมออีก ตรวจไปตรวจมาปวดท้องหิวข้าวแทน หมอจะให้แอ้ดมิทดูอาการ ม่ายยยล่ะ ขอกลับมาดูเองที่บ้านดีกว่า มันก็ดีขึ้นเอง แต่…เกิดแพ้ยา ตาบวม ตัวบวมเป็นลูกโป่งน้ำ ปากเจ่อเบี้ยวไปข้างนึง แต่หมูปันบอกว่า "ยังไง ยังไง อีกข้างนึง หม่าม้าก็ยังดูสวยอยู่นะตัวเอง"  เขาว่าไม่อยากพูดให้เสียขวัญไปหนะ ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว เริ่มเหี่ยวลงบ้างแต่ยังต้องสงวนท่าที หมอน้องบอกว่าอีกสองสามวันมันจะค่อยๆดีขึ้น งานนี้หายซ่าไปเลย คนเราก็ป่วยเจ็บเป็นธรรมดาน้า

ซ้าาาาาธุ