เมื่อสาวๆ ป้าเก๋งชอบกินอาหารญี่ปุ่น เพราะกินแล้วไม่ค่อยรู้สึกผิดตรงพุง แบบว่าไขมันน้อย ผักเยอะๆอะไรทำนองนั้น  แล้วเหมาะสำหรับเวลาไปออกเดทอย่างที่สุด เพราะมันมีผลต่อกริยาเวลากิน ที่ทำให้เราดูจุ๋มจิ๋มเกินจริงมาได้หน่อยนึง ก็ตระเวนกินซะหลายที่ กินไป กินมา ดูบิลค่าอาหาร ความรู้สึกผิดก็วิ่งเข้ามาจับขั้วหัวใจ โฮ้ย ทำไมมันแพงหยั่งงี้ แต่ก็ยังกินอยู่  ไม่คิดจะลงมือทำ  ก็แอบซื้อหนังสือมาอ่านบ้าง…ดูรูป… อืม… ท่าจะยากนะ… อุปกรณ์อีก… เครื่องปรุงก็หวายยยย…….. ไม่ใช่ภาษามาเต้อทังเราซะเลย ก็…..ไม่ได้ลงมือ

จนอยู่มาวันหนึ่ง ฟ้าก็ประทานแม่น้องริวกิวลงมา เธอเล่าวิธีทำแกงกะหรี่ญี่ปุ่นให้ฟัง กรี๊ซซซซ มันง่ายขนาดนี้เลย (O_o)*  แล้วก็เป็นเมนูโปรดซะด้วย ช่างเป็นสวรรค์ญี่ปุ่นประทานจริงๆ   ยัง ยัง ไม่เท่านั้น เธอยังเอาซอสทำสปาเกตตี้แบบซองๆ มาให้ที่บ้านเราลองชิม จนติดใจไปหาซื้อกันมาอีกหลายรส กลายเป็นจานสามัญประจำบ้าน บัดนี้ หากหมูปันจะกินสปาเกตตี้ “อย่างว่า” เธอก็จะบอกว่า “หม่าม้า วันนี้ทำสปาเกตตี้แม่ริวกินกันเหอะ” นี่ยังไม่นับที่สองป้าพากันไปยืนชี้ชวนกันที่วิลล่า ดูสาหร่ายรสเปรี้ยวๆ เค็มๆ เห็ดเข็มทองที่ดองมาในซีอิ๊ว ที่แค่เอามาคลุกกับข้าว จะเติมงาคั่ว หรือปลากรอบของบ้านเราไปด้วย ก็อร่อยสุดใจ พวกนี้ถ้าไปดูเองรับรองไม่กล้าแน่ๆ จึงนับว่าแม่ริวกิว เป็นผู้มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงในการชักนำเข้าสู่วงการอาหารญี่ปุ่นแบบฮาร์ดคอร์  แล้วคนเราก็เป็นธรรมดานะคะ พอทำได้อย่างแรก กินได้มั่งไม่ได้มั่ง แต่เราจะหาญกล้า และฮึกเหิม ก็จะลองทำอย่างที่สองสามสี่ แล้วก็จะเริ่มครีเอท หาเมนูประหลาดไปเรื่อยๆ  แล้วก็จะมีหนูๆ แถวออฟฟิศเป็นหนูทดลอง  ก็เป็นความสนุกในการทำกับข้าวนะคะ

ความจริงก็เหมือนกันทุกเรื่อง ลองได้เริ่มก้าวที่หนึ่ง ก็จะไปต่อได้ แค่ต้องหาอย่างที่ชอบทำ ทำได้สบายๆ ไม่เหนื่อยไป ก็จะไหลไปได้เองค่ะ  เลยอยากให้ลองทำแกงกะหรี่ง่ายสุดขีดแบบแม่ริวกิว กันบ้าง เผื่อจะมีไอเดียบรรเจิด ไปไกลกว่าป้าเก๋งนะคะ วิธีทำก็เป็นงี้ค่ะ

เครื่องปรุงก็มีสามกลุ่มนะคะ พวกแรกก็เป็นหอมใหญ่ แครอท มันฝรั่ง อันนี้ยืนพื้น มันฝรั่งนี่ บางทีเปลี่ยนเป็นมันเทศ ก็หวานได้ใจ ท่านว่าวิตามินเยอะกว่าด้วยค่ะ กลุ่มผักใส่เยอะหน่อยซุปจะหวานอร่อยนะคะ เคยทำแกงผักล้วนใส่ถั่วลูกไก่ บางทีใส่ถั่วแดงเม็ดโตๆ ที่ตักจากบูธขายสลัดมาด้วย อร่อยเลยโดยไม่ต้องมีเนื้อค่ะ หรือจะแกงมะเขือม่วง ใส่ไปตอนใกล้จะเสร็จนะคะอร่อยดี อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณนะคะ เพราะเคยเอามากินเป็นมื้อกลางวันที่ออฟฟิศ ชวนเด็กๆชิม ก็ดูหน้าตาคล้ายกินยาขมกัน คงถูกใจคนแก่กว่า

แล้วก็มากลุ่มโปรตีน เลือกเอาที่ชอบค่ะ จะเป็น หมู ไก่ ทะเล กระทั่งเต้าหู้แข็งก็ได้ค่ะ  ป้าเก๋งว่าถ้าเป็นวัวก็อร่อย แต่เดี๋ยวนี่ก็เลี่ยงๆไปนะ อันนี้ก็แล้วแต่ศรัทธา ทั้งสองกลุ่มนี่หั่นเป็นก้อนๆ คล้ายๆ หั่นหัวผักกาดทำแกงจืดละค่ะ ใหญ่หน่อย เพราะเราจะเคี่ยวนาน เดี๋ยวจะเละไป แต่ถ้าชอบให้น้ำแกงข้นๆ ก็หั่นมันฝรั่งให้มีชิ้นเล็กบ้างใหญ่บ้างก็อร่อยค่ะ  

    

แล้วอันสุดท้ายก็เป็นเครื่องปรุงแกงกะหรี่แบบก้อน ที่ซุปเปอร์เค้ามีสำเร็จมาเลย มีหลายยี่ห้อ เลือกเอาตามถนัด เค้าจะมีแบ่งระดับความเผ็ดด้วย แต่หลังจากที่ลองมาหลายยี่ห้อ แบบเผ็ดสุดเบอร์ห้าเลยนะ ก็จะพบว่ายี่ห้อไหนๆ ก็ไม่เผ็ดทั้งนั้น ลูกก็กินได้ด้วย ส่วนของผู้ใหญ่ก็โรยพริกป่นกันเอาเอง ทำทีนึงก็ใช้เครื่องปรุง 1 กล่องเล็ก ก็จะมีราวๆ 6 บล๊อก ใส่หมดละค่ะ เก็บไว้ก็เน่าติดตู้เย็นอีก  ส่วนเนื้อนี่ใช้ราวๆครึ่งกิโล

ลงมือทำ ห้ามกระพริบตา เพราะจะเร็วมาก

ผัดหอมใหญ่กับน้ำมัน แอบเติมเนยไปด้วยหน่อยนึงหอมๆ ดีค่ะ   ผัดให้หัวหอมใสๆ ก็เติมหมู หรือเนื้อ หรือไก่ลงไป แต่ถ้าเป็นทะเลก็ไว้ทีหลังตอนผักนิ่มแล้ว เพราะพวกนั้นไม่ต้องเคี่ยว ผัดให้เนื้อพอสุก นิมนต์แครอทกับมันลงไป ผัดต่ออีกติ๊ดนึง ให้น้ำมันเคลือบทั่วๆ ผักแล้วก็เติมน้ำ ถ้าดูหนังสือ เขาจะบอกให้เติมน้ำซุป อันนี้ก็ตามกำลัง แต่ใช้น้ำเปล่าก็อร่อยแล้วค่ะ เติมน้ำพอท่วมๆของที่ผัด    แล้วก็เปิดไฟให้เดือดซะทีนึง เบาไฟ เคี่ยวไป   ระหว่างนี้เราไปทำสวยได้ แค่แอบดูเป็นระยะ คนนิดหน่อย กันผักไหม้ติดก้นหม้อค่ะ

ราวๆ ยี่สิบนาที ผักน่าจะนิ่มแล้ว ลองเอาปลายมีดจิ้มๆ ดู เนื้อก็น่าจะนุ่มได้ขนาด ก็แกะเครื่องปรุงใส่ไป ตรงนี้ ตอนแรกๆ ที่ทำก็โยนลงไปทั้งก้อน ไปคนในหม้อค่ะ ปรากฏว่ามันหายไป คนหาอยู่นานจนผักเละยุ่ย หลังๆ รู้แกว ก็ละลายน้ำร้อนก่อน มันจะกลายเป็นของเหลวข้นๆ สีเหลืองอ่อน ให้มองข้ามหน้าตาหยึยๆ ไป แล้วเทผสมกับของตุ๋นของเราเลยค่ะ คนๆ ให้เข้ากัน ชะแว้บบบบ น้ำแกงเราจะข้นขึ้นอีกค่ะ   แล้วหน้าตาก็จะเหมือนแกงกะหรี่ที่เคยกินที่ร้านเลย ปรุงรสให้ถูกใจ ตั้งให้ร้อนจี๋อีกที ปิดไฟ เสร็จแล้ว!!!  

ตอนนี้จะกินก็ลุยได้เลยค่ะ กินกับข้าวแบบนี้   หรือจะกินกับเส้นอุด้งยักษ์ ที่เดี๋ยวนี้ก็มีขายเยอะ  แต่ป้าเก๋งชอบแกงแบบนัวๆ หน่อย ก็จะทำทิ้งไว้สักครึ่งวันนี่กำลังเริ่มอร่อย น้ำแกง กับผักมันจะเข้ากันดีขึ้น ยิ่งค้างคืน ยิ่งเด็ดค่ะ ขอบอก  ส่วนมากเวลาทำก็จะแบ่งน้ำแกงกับผักใส่กล่อง แช่แข็งไว้  วันหลังค่อยเอาออกมาเติมทะเลลงไป อร่อยเหมือนเดิม   

ตอนนี้ก็เห็นร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดขายแกงกะหรี่ยืนพื้นใหม่ๆ หลายร้าน เขาก็ให้เลือกว่าจะกินข้าว หรือกินเส้น ใส่หมูทุบชุบแป้งขนมปังป่นทอดด้วยมั้ย หรือจะเป็นผักล้วน ก็เลือกได้  ป้าเก๋งไปอ่านเมนู เห็นราคาแล้วตกใจ แจ้นไปซื้อของมาทำกินเองดีกว่า กินทั้งบ้านจ่ายไปราวๆ สองจานที่ร้านเท่านั้น ไม่บวกแหวตด้วย

โมราว ออฟ เดอะ สตอรี่

   กับข้าวต้องใช้ใจ    ลองทำไป จะได้การ

ลงมือไปหนึ่งจาน      จะกล้าหาญมาเป็นพรวน

กับข้าว ได้ฝึกคิด      ถูกหรือผิด จิตไม่ครวญ

ทั้งบ้านกลิ่นจะอวล    เตะจมูก สุขกระจาย

เอย