คู่มือพ่อแม่ส่วนมากก็บอกให้เล่นกับลูก สรรหาวิธีต่างๆ นานา อ่านหนังสือให้ฟังบ้าง ชวนเค้าทำงานศิลปะบ้าง พาไปเที่ยว ออกกำลังกาย หาอาหารดี มีวิตามินครบๆ ให้กิน แต่ไม่รู้ใครเป็นอย่างที่ป้าเก๋งเคยเป็นมั้ย อ่านแล้วอยากทำมากๆ แต่ไม่มีเวลา

เจ้าตัวเวลานี่มันเป็นไงน้า หายากจริงๆ แล้วมันก็เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายหลายประการ  เด็กๆ หลายคนที่โตบนรถ เพราะต้องกินมื้อเช้าออน เดอะ มูฟ  พอกลับบ้านก็ต้องรีบๆ ๆ ๆ ไหนจะกิจวัตรประจำวัน แล้วยังมีการบ้านของลูก งานบ้านของแม่ วุ่นวาย เวียนหัวไม่มีหมด หนักเข้าก็หงุดหงิด แล้วก็เครียดไปทั้งบ้าน อย่ากระนั้นเลย เปิดโทรทัศน์เลี้ยงลูกไปก่อน แม่ทำงาน พ่อทำงาน ได้เวลาก็เอาลูกเข้านอน!!! เป็นวงจรแบบนี้  แล้วก็เป็นเหตุให้เด็กๆ ของเราโตมาแปลกๆ อย่างที่เห็นตามหนังสือพิมพ์ อืมมมม อย่างหมูปันนี่ก็ด้วยล่ะ ฮี่ ฮี่  ป๊าหมูมักจะรำพึงบ่อยๆ ว่านี่ขนาดบ้านเราเดินทางแสนสะดวก กว่าสงครามจะสงบ ปาเข้าไปสองสามทุ่ม แล้วก็พาลไปห่วงบ้านอื่นที่เค้าอยู่ไกลออกไป พ่อแม่อยู่ทาง ลูกเรียนอีกทางว่าจะหาเวลาเล่นกับลูกบริเวณไหน    

คนที่เป็นพ่อแม่ในขณะนี้ เป็นพ่อแม่ที่โตมาในยุคที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็ว และหลากหลายซะจนตัวเองยังงง เรายังไม่รู้เลยว่ามือถือนี่มันทำลายสมองเราได้จริงมั้ย แถมโดนหลอกอีกว่ามันต้มไข่ได้ นี่ไม่นับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันเคลียร์กันได้ ว่าดีคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่เหลนโหลนของเราจะเกิดมามีห้าแขนรึปล่าว แค่ตัวเองก็งงซะมากมาย แล้วจะเลี้ยงลูกกันยังไง

อยู่มาวันหนึ่ง เทพยดาฟ้าดินก็ส่งครอบครัวเราไปเจอป้าหมอ ที่เป็นผู้ชำนาญการเรื่องพัฒนาการเด็ก ก็นับว่าเป็นบุญของหมูปัน และก็เป็นบุญของป่าป๊าหม่าม้า ที่ไม่ปล่อยเวลาให้เลยไปไกลกว่านี้  ตอนแรก เราพาหมูปันไปหาป้าหมอ  แต่หลังจากไปมาหาสู่กันนานปี ก็พบว่า เอ๊า คนที่ต้องดูแลหนะไม่ใช่ลูกหรอก แต่เป็นพ่อแม่ต่างหาก  ป้าหมอสอนเราหลายอย่าง และที่ป้าเก๋งจำไว้เป็นหลักก็คือ “ต้องมีควอลลิตี้ไทม์นะคะป่าป๊าหม่าม้า ไม่ต้องมาก แต่ต้องสม่ำเสมอ” น่าคิดนะคะ ว่าทำไงให้สม่ำเสมอ ก็เลยเป็นเหตุให้ป้าเก๋งมักจะรวมการเลี้ยงลูกไปกับงานบ้านอย่างอื่น ก็เพราะเราต้องทำอยู่แล้ว งั้นก็ชวนลูกมาเล่นด้วยกันซะเลย  ยิ่งหมูปันโตขึ้น ก็พบว่ายิ่งสนุกมากขึ้น เพราะเขาช่วยเราคิดได้ ช่วยเดินไปเดินมาได้ ผ่อนแรงเราไปด้วย แล้วเขาก็ดูจะภูมิใจอยู่มากที่สามารถทำงานแบบคนโตๆ เขาทำก็ได้ด้วย 

ยังจำได้ชัดตอนที่หมูปันดีใจว่าเค้าตอกไข่ได้ซะที หรือความรู้สึกแบบห่วงๆ ลุ้นๆ แต่ยังต้องทำหน้าเชื่อมั่น ตอนที่เขาใช้มีดหั่นผักครั้งแรก แล้วยังตอนที่เขาอาสาเอาไม้กวาดมาจัดการหยากไย่ แล้วก็ถอดใบพัดลมไปล้าง เขาก็จะภูมิใจแล้วก็เอาไปโม้ให้คนนั้นคนนี้ฟังเป็นเรื่องสนุก  แล้วอีกหลายเรื่องที่เราผู้ใหญ่คิดว่าเล็กๆ แต่ก็ก่อให้เกิดความชื่นใจได้เป็นอย่างยิ่ง อย่างเรื่องเทน้ำดื่มของเด็กๆ นี่ เมื่อตอนเล็กๆ พ่อแม่ก็บริการให้ใช่มั้ยค่ะ พอโตมาก็สอนให้เค้ารินเอง แรกๆ ก็คงจะเหมือนกันทุกบ้าน มีหกบ้าง ล้นเกินบ้าง ก็บ่นกันไป จนวันนึงเขาก็ทำได้แม่นยำ แล้วก็มีอยู่วันนึงที่หมูปันใช้แก้วใบใหญ่สุด เทน้ำใส่มาจนจะปริ่มขอบ ป้าเก๋งปากไวกำลังจะดุ แต่อ๊ะ อ๊ะ ยั้งไว้ซะก่อน ก็ถามเค้าว่าทำไมรินมาซะขนาดนั้น เค้าตอบว่า ก็เผื่อป่าป๊าหม่าม้าไงคับ เฮ้ออออ ชื่นใจนะ  พ่อแม่บ้านไหนมีเรื่องแบบนี้ก็มาเล่าให้ฟังกันนะคะ

ป้าเก๋งเลยตั้งข้อสังเกตว่า การเล่นกับลูกนี่ ไม่น่าจะแค่เล่นๆ แบบที่เด็กๆ เค้าเล่นกันเท่านั้น เพราะบางเรื่องเขาก็ดูจะไม่อยากให้เราเล่นด้วย จะทำของเล่นเขาพัง เสียงานเปล่า  แต่การเล่นกับลูก คือการให้เวลากับลูก เวลาที่มันไม่ค่อยจะมีนี่ล่ะ ต้องแบ่งไว้สอนเขา ให้เขาได้ฝึกลงมือทำ กลั้นใจไว้ก่อนจะทำให้ซะเอง แล้วก็กลั้นใจไว้ก่อนจะดุ [อันนี้เอาไว้เตือนตัวเองค่ะ ป้าเก๋งยังต้องฝึกอีกเยอะ] ลูกเราจะได้โตไปแล้วก็ยืนอยู่บนขาของตัวเองได้  

บ่นซะยาว เข้าครัวดีกว่าค่ะ ป้าเก๋งก็เลยเอากับข้าวที่เอาไว้หลอกให้เด็กช่วยทำมาฝาก อันนี้ภูมิใจเสนอค่ะ ลอกเค้ามาอีกที หมูปันเรียกว่าสปาเก็ตกรอกค่ะ เอาเส้นสปาเก็ตตี้ดิบๆ จิ้มใส้กรอกที่หั่นเป็นชิ้นพอดีปากเค้า จิ้มไปบ้าง กินไปบ้าง ให้ทั่วๆ แล้วก็เอาไปต้ม ก่อนจะผัด หรือราดซ้อสตามปกติค่ะ

  

บะหมี่ผัดธรรมดา ผัดอร่อยแล้ว ให้เค้าเตรียมไข่แบบที่จะทำไข่เจียวไว้ เทไข่ลงไปให้เจิ่งๆหน่อย  ทิ้งไว้จนไข่สุก ทะแด้มมม บะหมี่พระจันทร์    อันนี้พระจันทร์ประมาณแรมห้าค่ำนะ

บางทีเจอร้านขายโรตี ก็ซื้ออย่างที่เป็นแผ่นกลมเปล่าๆ ไม่ใส่นมน้ำตาล มื้อเช้าก็เอาเจ้านี่วาง ใส้กรอกวาง ชีสขูดโรยๆให้ทั่ว เข้าเตาติ๊งพอให้ชีสละลาย ปิ๊งงง   ได้แล้วโรตีแบบของเราเอง  เมนูนี้หลอกป๊าหมูผู้พิสมัยของทอดทุกชนิดได้ด้วย ของป๊าเป็นหน้ากล้วยไข่ที่เหลืออยู่ โรยชีสเหมือนกัน ปิ๊งงง   กินกับนมข้นหวาน เด็ดขาดมากๆ

หรืออย่างเช้าวันหยุด เรามีเวลาเยอะหน่อยก็ทำแพนเค้กกินกัน ให้เค้าช่วยผสมแป้ง ช่วยทอดไปด้วย บางที่เค้าก็จะมีไอเดียประหลาดขึ้นมา อย่างเรามีวิปครีมเหลืออยู่ก็อยากจะตีดูว่าจะฟูเหมือนที่ร้านมั้ย ก็ได้ผลประมาณนี้ค่ะ   เพราะใช้ตะกร้อมือ จานไกลๆ นะคะ ราดวิปครีมท่วมๆ เลยนั่นหนะ เราตั้งชื่อว่า สโนวี่ แพนเค้ก 

กระทั่งหมูสับทำแกงจืดนี่นะคะ สูตรป้าเก๋งที่เวลาผสมต้องใส่ไข่ขาวไปด้วย บางทีใส่ไข่ขาวเยอะหน่อย ตักใส่ถุงทำเป็นกรวย เอ่อออ รูปนี้น่าจะขอสปอนเซ่อได้เนอะ  พอได้เวลาเล่นก็ตัดตรงปลาย ให้เค้าหยอดเอง   หน้าตาน่าเกลียด แต่ได้ฮา และอร่อยกันยกครัวนะคะ

เค้าได้ทำเอง ได้เล่นด้วย ได้กินด้วย ได้เรียนรู้ไปด้วย สนุกอย่าบอกใครเลยค่ะ

ปล. วานนี้ไปส่งไข่เค็ม ชิมแล้วเป็นยังไงวานบอกนะคะ   ของที่บ้านเอามาผัดกับวุ้นเส้น แซ่บบบบ มากๆ  จานนี้อุดมไปด้วยกระเทียม ไม่ได้ใส่ผักอื่น  เคยกินที่ร้าน ผัดใส่หอมใหญ่กับมะเขือเทศด้วยก็อร่อยดีค่ะ