วันนี้ ที่โรงเรียนหมูปันพาเด็กๆ ไปทัศนศึกษาที่กาญจนบุรี ว่าด้วยเรื่องสงครามโลกครั้งที่สอง จะกลับมาพรุ่งนี้ค่ะ 

หมูปันอยากไปมากกกก ตั้งท่าคึกคักรอมาตั้งแต่เทอมที่แล้ว ก็ตั้งแต่รู้ล่ะค่ะ ว่าจะมีไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ล้วนๆ เลยนะหม่าม้า ฟังแล้วก็คิดไปว่าเขาคงปรามๆ แม่อยู่ในที ว่างานนี่กระผมขอไปแบบ ล้วนๆ  เคยขอให้เขาถามคุณครูว่าขอเอาแม่ไปด้วยได้มั้ย เอามือถือไปได้มั้ย ฯลฯ  ก็ทำเมินๆ  คุยกับพ่อแม่ของเพื่อนๆ ลูก ทุกคนก็จะรู้สึกอย่างเดียวกันว่า “แหม ก็ยังเล็กเหลือเกินนะ” “ไม่เคยไปคนเดียวแบบนี้เลย” “คืนนี้จะนอนได้มั้ย” นี่ก็เป็นแบบไทยเรา ที่ลูกก็ยังเล็กเสมอในสายตาพ่อแม่  คุณครูคงเจอคำถามไปประมาณ 72 ครั้งเท่าจำนวนนักเรียนชั้นปอสาม  เลยทำเป็นใบฎีกาภาษาอิงแลนด์แจ้งผู้ปกครองกลับมาว่า ทั้งหมดที่ท่านคิดว่าจะให้เป็นภูมิคุ้มกันแก่ลูกนั้น ห้ามหมดค่ะ

จะว่าไป กิจกรรมนี้ก็เป็นความตั้งใจอันดีของคุณครู โดยเฉพาะครูฝรั่ง ที่เขาให้ความสำคัญมากกับการที่เด็กๆ จะพัฒนาบุคคลิกของตัวเอง แล้วก็รู้จักดูแล รับผิดชอบตัวเอง เขาก็ใช้กิจกรรมแบบนี้เป็นโอกาสฝึกละค่ะ แล้วที่เริ่มกันตั้งแต่ยังเล็ก นี่ก็ดีเพราะช่วงนี้ เด็กๆ เขายังมีจินตนาการหลงอยู่บ้าง ไปเที่ยวแบบนี้ก็สนุกใหญ่  ความจริงป้าเก๋งก็ตกลงปลงใจ แล้วก็ทำใจ ตั้งแต่ที่พาลูกไปสอบสัมภาษณ์เข้าโรงเรียนนี้แล้วว่า ปอ สาม เขาก็จะเริ่มมีกิจกรรมไม่กลับบ้านกัน  อย่ากระนั้นเลย เราก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาเสริมภูมิให้ลูกเสียตั้งแต่ยังมีเวลานะคะ

ต้องขอออกตัวก่อนว่าหมูปันไม่ได้เป็นเด็กเก่งฉกาจหรอกค่ะ เขาช้า า า า  อย่างที่เคยเล่าให้ฟัง แถมยังค่อนข้างป้ำเป๋อ ลืมนู่นลืมนี่จนเป็นปกติ แต่ที่คุณครูเคยบอกป๊าหมูคือว่า เขาเป็นเด็กมีความสุขมากกกกก  มากซะจนไม่รู้จะทำโทษเขายังไง  ถ้าทำผิด เขาก็จะยอมให้ทำโทษโดยดี เพราะรู้ว่าตัวเองนะผิดจริง โดนทำโทษไปก็ยิ้มไป แล้วก็ทำอีกนั่นแหละไม่มีเข็ด  หรือถ้าคุณครูจะกระตุ้นให้ทำอะไรด้วยการให้รางวัล ก็ไม่ค่อยได้ผล เพราะเขาสุขทุกขณะจิตอยู่แล้ว  เข้าใจว่าจะมาทุกข์อีกทีก็ตอนกลับมาบ้านรบกับหม่าม้านี่แหละ  ถึงกระนั้น เวลาโดนเอ็ดหนักๆ เธอก็จะถามว่าหม่าม้าพูดจบยังคับ  ถ้าบอกว่าจบแล้ว หมูปันก็จะเล่าเรื่องแกต่ออย่างสนุกที่สุด เหมือนไม่ได้โดนดุอะไรเล้ยยยยยย  (o_O)

การที่ครูบอกว่าลูกเราเป็นเด็กมีความสุข ก็ทำให้สบายใจไปหลายเรื่อง  เพราะคนที่จะมีความสุขนี่ ก็ต้องรู้สึกมั่นคงอยู่พอสมควร ซึ่งมันก็ต้องมาจากการที่คนรอบๆ ข้างเขา มั่นใจในตัวเขา แล้วก็เชื่อว่าเขาทำได้  เอาตัวรอดได้  ความมั่นคงแบบนี้เป็นพื้นฐานอย่างหนึ่งของความสุขใจค่ะ  แล้วเขาก็จะกล้าหาญที่จะทำอย่างอื่นๆ ยกระดับความยากขึ้นไปเรื่อยๆ  อย่างเรื่องไปต่างจังหวัดแบบนี้ ก็เป็นก้าวนึงนะคะ เมื่อเช้า ตอนไปส่ง ป้าเก๋งก็ยัง “อย่าวิ่งซนนะคับ ใส่เสื้อหนาวด้วย ห้ามเล่นซ่อนหา ห้ามเล่นไล่จับ ห้าม ฯลฯ…”  ฟังเสร็จเขาก็กอดๆ แม่ ตบไหล่ด้วย บอกว่าหม่าม้าดูแลตัวเองด้วยนะ  (~_^)

เมื่อตอนที่หมูปันยังเล็กอยู่มาก งานหลัก ก็จะเป็นการดูว่าเขาได้กินอิ่ม นอนหลับ ไม่เจ็บไม่ไข้ โตมาหน่อยก็เรื่องเล่นซน เรื่องรถจะชน เรื่องหมาจะกัดอะไรอย่างนั้น ก็เป็นเรื่องทางกายซะเยอะ  แต่พอมาถึงตอนนี้ ป้าเก๋งคิดว่าหน้าที่หลักของพ่อแม่ คือการสร้างความมั่นใจให้เด็กๆ ค่ะ ให้มั่นใจว่าเรื่องไหนทำได้แน่ๆ แล้วเรื่องไหนที่ทำไม่ได้แน่ๆ  ด้วยอาวุธของเราก็ความรักนี่ละค่ะ เด็กเขามั่นใจอยู่แล้วว่าพ่อแม่รักเขาแน่นอน ไม่มีสงสัย  ก็กอดเขาเวลาเขาทำดี ไม่ต้องหวงคำชม เขาไม่เหลิงหรอกค่ะ เขาจะมั่นใจว่าเรื่องที่ทำหนะเป็นเรื่องดีแล้ว เดี๋ยวนี้ก็เห็นข้อเขียนหลายที่ ที่สนับสนุนให้กอดลูกทุกวัน นั่นก็ช่วยได้เยอะจริงๆ  ส่วนเวลาผิดก็ต้องดุกันให้ชัดเจน อธิบายให้เขารู้ว่าเพราะอะไรถึงห้าม เพราะนั่น ก็เป็นการบอกว่าเรารักเขาเหมือนกัน  แล้วเขาก็จะคิดได้ เวลาที่เขาเจอเรื่องคล้ายๆ กัน  เด็กๆ ของเรา ก็จะคิดได้ว่า เรื่องไหนถูก เรื่องไหนผิด อะไรทำได้ อะไรไม่ควรทำ พอเจอเรื่องใหม่ที่หาตัวเทียบไม่ได้ ก็ค่อยถามกันอีกที

บางเรื่องมันก็ใกล้ตัวเรามากนะคะ อย่างเล่นเกมส์เลี้ยงปลาในเฟซบุ๊ค บางทีตู้ของเราโดนตู้เจ็กคิมแซงไป หมูปันก็มีอาการฮึดฮัดขึ้นมาบ้าง  ก็เคยถามหมูปันว่า “หม่าม้าเคยได้ยินบางคนเขาสมัครไว้หลายๆ ชื่อ แล้วโอนคะแนนไปมาระหว่างตู้ตัวเอง โห ได้คะแนนเพียบ เราก็สมัครอีกดิ มีหลายๆ ตู้ ชนะเจ็กคิมชัวร์”  เขาก็ทำหน้าเบื่อๆ นิดหน่อย บอกว่า “แบบนั้นมันก็โกงอะดิหม่าม้า เราก็เล่นของเราไปแบบนี้แหละน่า”  เอ้อ โดนลูกดุ ปลื้มใจ   ฝึกเขาไว้ให้เขาคิดแบบนี้บ่อยๆ ก็คงพอจะเพิ่มโอกาสความสบายใจได้ว่าโตไป ก็จะไม่ทำอะไรที่งี่เง่า  ว่าที่จริง ป้าก็เริ่มงานนี้ช้าไปหน่อยแล้ว แต่ก็ตั้งใจจะสู้ต่อไปค่ะ   

อย่างเรื่องทำกับข้าว ก็สร้างความมั่นใจให้ลูกได้นะคะ หลังๆ มานี่ก็จะถามหมูปัน ว่าจะทำอะไรกินกันดี ถ้าเขาเกิดคิดอะไรที่มัน พอ จะ กิน ได้  ก็มักจะควานหาของมาชวนกันทำเสมอ เพราะเขาก็จะเห็นได้กับตาว่าเรื่องที่ตูคิดนี่ มันเป็นไปได้จริงๆ เฟ้ย แรกๆ ก็ง่ายๆ เอาหมูห่อชีส ชีสห่อหมูอยู่อย่างนั้นค่ะ หลังๆ ก็เริ่มซ่า ก็มีพลาดกันเป็นประจำ แล้วก็มีสัตว์ประหลาดหลุดมาจากห้องทดลองเราหลายอย่าง ที่จำแม่นก็ คือปาโก๋ที่แข็งขนาดกัดไปนี่รากฟันกระเทือน หรือมันฝรั่งหัวเดียวเอามาทำซะสารพัดแบบ ทำซะครัวเละไปทั่ว แต่เขาก็ขำสนุกนะค่ะ แถมยังอยากทำซ้ำอีกแน่ะ (O_o)”’

เช้าวันหยุดที่เรามีเวลาเยอะหน่อย ก็มาชวนกันทำของเช้าแบบหมูปันกัน วันนี้เราทำแพนเค้ก แต่ถ้าทำมาแล้วกินกับน้ำผึ้ง น้ำเชื่อมธรรมดาก็ไม่เก๋นะ หมูปันก็เกิดอยากรู้ว่าที่ข้างกล่องวิปครีมที่เขาเขียนวิธีตีไว้นี่มันทำได้จริงมั้ย ว่าแล้วก็ลงมือเลย

เฮียก็บัญชาการ ขั้นแรกต้องแช่ชามที่จะตีในตู้เย็น ให้ชามเย็นเจี๊ยบๆ เลยนะคับ แล้วเราก็มาทำแพนค้กกัน แป้งที่เขาผสมมาสำเร็จแล้วนั่นล่ะค่ะ มีหลายยี่ห้อ ของนอกก็แพงกว่าหน่อย ใช้ของไทยก็อร่อยใช้ได้ค่ะ ดูสูตรข้างกล่องนะคะ แต่ปกติกินกันสามคนก็ใช้แป้งครึ่งกล่อง ไข่สองฟอง ส่วนนมนี่ก็เติมไปตีไป ใช้ส้อมตีก็ได้เหมือนกันค่ะ แต่เมื่อยนิดนึง พอแป้งเข้ากันเวลายกที่ตีขึ้นมันควรจะไหลเป็นทางนะคะ ไม่ใช่เป็นหยด แบบนั้นเหลวไปค่ะ  ส่วนกระทะนี่เคยอ่านเทคนิคของญี่ปุ่นเขาว่าให้ตั้งกระทะให้ร้อน แล้วยกขึ้นวางบนผ้าชื้นซักพักนึง แล้วเอาไปวางบนเตาแล้วทอดขนมได้ เข้าใจว่าคงทำให้ความร้อนกระจายให้ทั่วๆ ค่ะ    ว่าแล้วก็หยอดแป้งลงทอด ก็จะมีอากาศปุดๆ ขึ้นมา  ดูให้รูพวกนี้นิ่งๆ แล้วกลับด้าน    ทอดอีกแป๊บก็อัญเชิญลงจานได้ค่ะ วางซ้อนๆ กัน   ดูอลังการณ์ แถมเก็บความร้อนไว้ได้ด้วยนะคะ  

ระหว่างทอดขนมไปนี่ เราก็ตีวิปครีมไปด้วย เทครีมลงชามเย็นๆ นะคะแล้วใช้ตะกร้อมือนี่แหละ ตีๆๆๆๆๆ พอเมื่อยแขน เดี๋ยวเดียวมันก็ข้นขึ้นมาซะงั้น  ทำเอาเด็กเราตาโต อะ เม้ซ ซิ่งมากๆ

ส่วนของผู้ใหญ่ก็ต้องดูมีสาระกันนิดนึง ปกติ เมนูนี้เราใช้กล้วยหอม แต่วันนี้ที่บ้านเราเหลือกล้วยไข่ที่สุกเกินกินไปแล้วอยู่สองสามลูก ต้องเร่งจัดการ  ก็เอามาหั่นเป็นแว่นๆ รอไว้นะคะ  พอทอดแพนเค้กเสร็จแล้ว ก็แงะเนยสดใส่กระทะไปก้อนนึง อันนี้วัดใจเอาเองนะคะ ใส่มากก็หอมอร่อยดี ห้ามกลัวอ้วน เนยละลายดีแล้วก็ใส่น้ำตาลอ้อยแบบที่เขาใส่เต้าฮวยตามไปราวๆ สามช้อนกาแฟ ผัดให้น้ำตาลละลายเป็นหนืดๆ แล้วก็เทกล้วยตามไปค่ะ     คนๆ ให้เข้ากัน ปรุงรสด้วย เกลือ อบเชยป่น (ซินนาม่อน)  กับลูกจันทน์ป่น (นัทเม็ก) ให้หอมๆ ดูกล้วยให้นิ่มๆ เยิ้มๆ หน่อย  เป็นอันใช้ได้ ราดหน้าแพนเค้ก  คู่กับวิปครีม โห อร่อยยยย

 ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ   อันนี้ของอีกวัน ใช้กล้วยหอม อร่อยเท่ากันเด๊ะ  

 ส่วนอันนี้ เกิดอาการคิดถึงโดเรม่อน อยากทำโดรายากิ แต่ดูเละๆ หน่อย นะคะ แต่ก็  พอไปได้เหมือนกัน  โปะครีมชีสตามไปอีกก้อนนึง  ส่วนรสชาติ แฮ่ะๆ รบกวนเดากันเอง 

คนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยใจนะคะ เรื่องเงินทองก็เรื่องนึง เรื่องเวลาก็อีกเรื่อง มากบ้าง น้อยบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่  สำคัญสุดน่าจะอยู่ที่ความตั้งใจว่ามั้ยคะ ภาษาไทยนี่ดีจริง ตั้งใจ ก็ต้องเอาใจมาตั้งให้นิ่งๆ ตรงๆ ให้แน่วแน่ แล้วก็เอาใจใส่ ทั้งเลี้ยง ทั้งดู ให้เขาเป็นเด็กดี มีความสุข ให้โตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีความสุข แล้วถ้าแจ๊คพ็อต มีมากจนเขาเผื่อแผ่ไปรอบๆ ตัวด้วยได้ ก็เป็นความรู้สึกอุ่นๆ แถวๆ ขั้วปอดคนเป็นพ่อเป็นแม่นะคะ