จะวันพ่อแล้วนะคะ

วันก่อนฟังวิทยุ เขาคุยกันเรื่องสัญชาตญาณพ่อ แบบที่ว่า คนผู้ชายหนะ พอมีลูกแล้วเลี้ยงลูกเอาจริงเอาจังอย่าง ม้าน้ำมั้ย  ก็มีการเปิดให้คนฟังโทรเข้ามาแสดงความคิดเห็น “โอ๊ย มันแหงอยู่แล้วคู้นนน อย่างผมเนี่ย เลี้ยงลูกคนเดียวเลย ผมต้องให้มันเรียน ผมให้มันทุกอย่าง ให้มันรู้เลยว่าผมรักมันมากแค่ไหน เรื่องแบบนี้ไม่ต้องบอกกันร้อก ฯลฯ”  โอ๊ย เห็นด้วยกับลุงอย่างที่สุด พ่อที่ไหนก็รักลูกทั้งนั้นแหละ แต่ที่เห็นบ่อย ก็จะเป็นแบบ รักนะ แต่ไม่แสดงออก 

สังเกตุจากพ่อที่อยู่รอบๆ ตัว ก็พบว่า พ่อของลูกสาว กับพ่อของลูกชาย เค้าก็จะแสดงออกไม่เหมือนกัน  พ่อที่ป้าเก๋งรู้จัก เวลาอยู่กับลูกสาว ก็มักจะขำๆ ใจดีๆ กอดรัดฟัดเหวี่ยง ไม่ว่าลูกสาวจะแสบขนาดไหน ก็ยังรู้สึกว่าน่ารัก น่าเอ็นดูไม่ลดละ พอลูกสาวโตมาหน่อย ก็ออกแนวพ่อปกป้อง ลูกข้าใครอย่าแตะ  แต่เวลาที่พ่อๆ เขาอยู่กับลูกชายนี่ ไม่รู้เป็นไง ส่วนมากก็จะดู เอาจริง เอาจัง เน้นให้ดูมีสาระ และเท่ เข้าไว้ พูดน้อยๆ ที่จริงห่วงเท่าลูกสาวนะแหละ แต่ไม่อยากให้รู้ ป๊าหมูของปันก็เป็นมากนะ ก็ป๊านี่แหละที่แอบสะกดรอยไปดูลูกตอนเขาไปทัศนศึกษาที่สวนสาธารณะข้างๆ เอ็มโพเรี่ยมหนะ  ไปทำไม? ("_")     

เคยเจอเพื่อน เป็นคุณป๊าแล้ว ลูกชายโตกว่าหมูปันหน่อยเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน เขาถามว่า “เอ้อ แกไม่ให้ลูกเป็น ตัวโรงเรียนเหรอ”  ป้าเก๋งฟังแล้วงง ตัวโรงเรียนอะไร  “อ้าว ก็พวกนักบอล ว่ายน้ำ ดนตรี วาดรูป อะไรงั้น” อ๋ออออ เข้าใจแล้ว  ก็หันไปถามหมูปันที่เล่นอยู่ข้างๆ “ปันไม่เป็นตัวโรงเรียนเหรอลูก” หมูปัน ทำหน้ามึนถามว่า “ตัวโรงเรียน ไรคับ” คุณลุงเลยทำหน้ามึนตอบ  แล้วหันมาเลคเชอร์ป้าเก๋งแทนว่า "เด็กมันจะรู้ได้ไง เป็นผู้ใหญ่ก็ต้องรู้สิ"  ป้าเลยบอกเขาไปว่าถ้าลูกไม่รู้ มันคงไม่สนใจหนะ ก็ช่างมันเหอะนะ  วันนั้นก็เก็บกลับมาคิดว่า เอ๊ หรือลูกเราควรต้องเป็นตัวโรงเรียนจริงๆ หว่า แต่คิดไปคิดมา ก็ได้สติว่า ก็หมูปันหนะเขาลูกพ่อ พวกนักบอล ว่ายน้ำ ดนตรี วาดรูป อะไรงั้น หมูปัน….ไม่ได้ซ้ากกะอย่าง วันๆ อ่านหนังสือเป็นหนอนอย่างเดียว ลูกพ่อแท้ๆ  แล้วก็ตั้งข้อสังเกต อ๋ออออ เวลาพ่อๆ เขาจะพูดถึงลูก โดยเฉพาะลูกชาย ก็จะใช้วิธีโชว์ของกัน แบบว่าลูกกูตัวโรงเรียนเฟ้ย   

พ่อค้าบ แล้วถ้าลูกไม่เจ๋งอะค้าบ กดดันนะค้าบพ่อ กดดัน

ว่าที่จริง เรื่องแบบนี้พวกพ่อๆ เค้าก็เป็นของเขาตามธรรมชาติ ตั้งแต่เขาเกิดเป็นมนุษย์ผู้ชายนะแหละ อันนี้คุณซิกมั่น ฟรอยด์ (ขอเรียกพี่มั่นนะ) เขาว่าไว้ ว่าพฤติกรรมของคนนี่มันถูกผลักดันมาจากสัญชาตญาณทางเพศ ถึงกับแบ่งไว้เป็นเรื่องเป็นราวตั้ง 5 ขั้น ซึ่งช่วยอธิบายเราได้นะ ว่าลูกเรามันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ได้ไงฟ่ะ หรือถ้าไม่อยากให้ลูกเราโตไปเป็นผู้ใหญ่แบบ….คนนั้น…คนนี้ จะต้องเลี้ยงเขายังไง หรือว่า ต้องไม่เลี้ยงเขาแบบไหน แล้วที่ดีสุดคือ เริ่มจากทำความเข้าใจตัวเองก่อน ว่าทำไมช้านเนี่ยถึงได้ จู้จี้ ขี้บ่น เจ้าระเบียบ ขี้เครียด จะได้ดักทางตัวเองทัน ลูกจะได้ไม่เดือดร้อน หาอ่านดูนะคะดอคเต้อกู หรือพี่เดียก็มีค่ะ

พี่มั่น แกว่าเด็กๆ จะช่วงอายุ 3 ถึง 5 ขวบ ก็ช่วงอนุบาลแหละนะ เขาจะสนใจความแตกต่างระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย  พวกเด็กผู้ชายก็จะติดแม่ ฉันอยากเป็นเจ้าของแม่ แต่เค้ารู้ไงว่าแม่หนะ…เด็กพ่อ เขาก็เลยเลียนแบบพ่อ เผื่อเวิร์ค (^_^)  ส่วนเด็กผู้หญิงก็จะรักป๊า ก็เลยเลียนแบบแม่  ก็เล่นตั้งหน้าตั้งตาเลียนแบบกันโดยพันธุกรรมเช่นนี้ เด็กๆ ถึงได้มีบุคคลิกเหมือนพ่อแม่อย่างกะแกะ  ถ้าพ่อแม่เข้าใจ ตั้งสติไว้ ช่วยประคับประคองเขา คุณพ่อก็อย่ากร่างใส่ลูกชายให้มากนัก ส่วนคุณแม่ก็อย่าปี๊ดใส่ลูกสาวจนเกินงาม อยากให้ลูกเป็นไง เราก็ต้องมีวินัย ทำอย่างนั้น  อันนี้ ป้าเก๋งว่าน่าจะรวมถึงการเลือกละครหลังข่าวให้ลูกดูด้วยนะคะ ผู้ใหญ่ช่วยกัน เด็กๆ ก็จะผ่านขั้นนี้ไปได้สบายบรื๋อค่ะ ถึงเลย 5 ขวบมาแล้วก็ทำเถอะค่ะ ดีกว่าไม่มาเลย  เด็กๆ เค้าจะเกิดความมั่นคงทางอารมณ์ เขาจะมั่นใจในความเป็นตัวเขา แล้วมันจะมีผลต่อพื้นฐานความมั่นใจในตัวเองเวลาโตนะคะ เขาก็ไม่ต้องแต่งตัวเคป๊อบ แต่งหน้าอย่างอั้ม ทำผมอย่างแพนเค้ก เขาก็มั่นใจได้เอง แหม พูดแล้วต้องไขว้นิ้ว เคาะๆ ไว้ก่อนเลย เผื่อโตไปหมูปันเกิดอยากทำผมสามสีขึ้นมามั่ง  แต่ทฤษฎีพี่มั่นนี่เขาดีจริงนะคะ ลองสังเกตุดูจากตัวเองก็ได้ค่ะ

จะว่าไป แม่สมัยนี้ก็โชคดีกว่าเมื่อก่อน พ่อเดี๋ยวนี้เขาช่วยเลี้ยงลูกกันเยอะ เขาก็รัก แล้วก็ดูแลลูกด้วยสัญชาตญาณเหมือนกับแม่นะแหละ อย่างวันก่อนทีวีเค้าไปสัมภาษณ์บ้านพลพล นักร้องนะค่ะ บ้านนั้น พ่ออาบน้ำให้ลูกคนเดียวเลย  หรือสังเกตจากเพื่อนๆ แล้วก็ป๊าของหมูปัน ตอนที่ลูกยังเล็กนี่ เขาก็อยากเลี้ยงลูกเหมือนที่แม่ๆ ทำมั่ง ดูเงอะงะหน่อย แต่เขาก็ตั้งใจ แล้วก็ระวังมาก (บางทีมากกว่าแม่มันซะอีก) บางเรื่องป้าเก๋งยังทำไม่ไหว อันที่เป็นตำนานประจำบ้านเรา คือตอนที่ป๊าหมู รับอุนจิหมูปัน ด้วยมือเปล่า!!  ป้าเก๋งสงสัยจนบัดนี้ ว่าป๊ารับทำไม? แต่เขาก็ภูมิใจมากนะ ยังบอกได้อยู่ว่ามันอุ่นๆ (*_*)  แล้วเขาก็ใช้ความเป็นแมนๆ ของเขาเวลาเล่นกับลูก อย่างรับลูกไว้ได้ทัน ตอนมันพิงเก้าอี้…แต่เป็นเก้าอี้ไม่มีพนัก!  เขาจับลูกเหาะสูงได้ เป็นซุปเปอแม้นนนน เหาะไปด้วยเขย่าไปด้วยยังได้!  ฟีเจอร์นี้…แม่แพ้   พอโตมาหน่อย ลูกหนัก ยกเหาะไม่ไหว ก็มีหน้าที่แมนๆ อย่างพวกหยอดกาวตราช้าง ซ่อมของเล่นที่แม่ทำหัก อันนี้หมูปันห้ามแม่ซ่อมเด็ดขาด เขาว่า มันจะหนึบๆ ที่มือหม่าม้าแทน ปันเบื่อ ป๊าหมูก็รำพึงนิดๆ นะ แต่ก็ซ่อมให้ทู้กที   

แล้วพอโตไป ก็พ่อนี่แหละที่สอนลูกแบบเท่ๆ พูดน้อยๆ  แต่เขาจะทำให้ดู ว่าเป็นผู้ใหญ่ดีๆ นี่ เขาต้องตัดสินใจทำแบบที่คนดีๆ เขาคิดกัน สวนกระแสได้ แต่ต้องดี แล้วต้องรับผิดชอบ พ่อสอนให้อดทน อึด แล้วก็ตั้งใจทำ ไม่ต้องบ่น  ถ้ามีเรื่องกับเพื่อน ให้คุยกันก่อนลงมือ แต่ถ้าจะมีการลงมือกัน ต้องชกเขาก่อน!!  พ่อทำให้ดูว่าการเป็นผู้นำของบ้านนี่ เขาต้องเสียสละ บางบ้าน ลูกไม่รู้ว่าพ่อเสียสละอะไร มารู้อีกที เอ้า พ่อเสียไปแล้ว เขาเท่ของเขาแบบนี้ทั้งสปีชี่นะ  ความจริง ไม่ต้องเท่มากก็ได้นะพ่อ รักดังๆ เลย ลูกมันชอบ  

จำกับข้าวแบบที่พ่อเคยทำให้กินได้มั้ย พ่อหลายบ้านทำกับข้าวอร่อยอย่างประหลาด ป๊าหมูเล่าให้ฟังว่า อากงผัดข้าวอร่อย ก็ใช้ข้าวเย็นที่เหลือๆ นะแหละ เจียวกระเทียมให้หอม ใส่ไข่ก่อนเลย ใช้ตะหลิวยีๆ ให้ไข่แตกๆ หน่อย แล้วค่อยใส่ข้าว ผัดใจเย็นๆ ไปจนกว่าข้าวจะหอม ไฟไม่ต้องแรงมาก คั่วๆ ไป แล้วค่อยปรุงรส ป๊าหมูว่าข้าวมันจะกรอบๆ เป็นเม็ดๆ แนวกุ๊กภัตตาคารเชียวนา  ส่วนป๊าของป้าเก๋ง เน้นแนวเด็ก(บ้าน)นอกหน่อย เฮียจะทำไข่หวานให้ลูกกิน ก็จะเริ่มตั้งแต่ขุดขิงแก่ที่ปลูกอยู่หลังบ้าน เอามาทุบๆ ต้มทำน้ำขิง ส่วนไข่นี่ก็มาจากแม่เล็กฮอร์นตัวขาวๆ ป้อมๆ ที่เลี้ยงอยู่หลังบ้าน ตอกใส่ชาม ราดน้ำขิงร้อนๆ อร่อยเลย มาถึงเดี๋ยวนี้ ลุงของหมูปันก็หิ้วไข่ไก่สดกลับมาจากในสวนยางให้ลูกชายเขากิน เหมือนกันเป๊ะ

ว่าแล้วก็คิดถึงพ่อตัวเอง  เฮ้อ….ฝากบอกเฮียแกด้วยนะ ว่าคิดถึงจัง