ป้าอ๋า ไปไหว้พระ 9 วัด ได้บุญ แถมมะตูมเชื่อมอีกถุง เลยทำเค้กมะตูมมาอวดให้น้ำยายไหยซะงั้น

เค้กมะตูม ก็ต้องมีมะตูมก่อน   เอามะตูม มาสับให้เป็นชิ้นเล็ก ผสมกับนมสด   

ตีเนยกับน้ำตาลให้เป็นครีม ๆ  แล้วก็ตอกใข่ใส่ลงไป ตีให้เข้ากันก่อน   

แล้วก็ค่อย ๆ ใส่แป้งสลับกะมะตูม   ตีไปจนแป้งกะมะตูมหมด ก็จะได้แป้งแบบนี้ค่ะ  แล้วใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้เอาเข้าเตาอบโลดดด   ออกมาก็จะได้หน้าตาชะนี้แล

  

 

ส่วนรสชาติ ต้องถามป้าบุ๋ม พี่ปลา  กะป้าแหม่ม ดูนะ เพราะเอามาให้ชิมด้วย……????

       มะตูมนี่เป็นยานะคะ มะตูมสุก มีสรรพคุณบำรุงธาตุ เจริญอาหารและช่วยขับลมผาย แก้ลม แก้เสมหะ แก้มูกเลือด บำรุงไฟธาตุ แก้กระหายน้ำ ขับลม รสฝาดปร่าซ่าขื่น แก้ปวดศีรษะ ตาลาย เจริญอาหาร ลดความดันโลหิตสูง  มะตูมแก่ทั้งลูกขูดผิวให้หมด ทุบพอร้าวๆ ต้มน้ำเติมน้ำตาลเล็กน้อยดื่มน้ำ น้ำที่ได้มีรสหอม เรียกว่า "น้ำอัชบาล" แก้กระหายน้ำ แก้ลม แก้เสมหะ  สรุปว่ากินแล้วดีแหงๆ เด็กๆ เดี๋ยวนี้กินเป็นมั้ยน้า

      ป้าเก๋งทำเค้กไม่เป็น แต่เห็นมะตูมเชื่อมเป็นต้องซื้อมาติดบ้าน บิเป็นชิ้นๆ กินกับโยเกิร์ต หรือใส่รวมไปกับซีเรียล และนม ก็อร่อยเด็ดค่ะ

ส่วนเค้กยั่วน้ำยายนี่ ต้องงัดกาลามสูตรเข้าสู้  พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริง มีอยู่ 10 ประการคือ

  1. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
  2. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
  3. อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
  4. อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
  5. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
  6. อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
  7. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
  8. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
  9. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
  10. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน
ป้าอ๋าต้องทำมาใหม่ ขนาดใหญ่ยักษ์แล้วล่ะค่ะ  (^_^)

ปล.

อยากชิมมั่งงงงงงง่า (._. )