ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไร รู้สึกว่ารอบๆ ตัวมีแต่การลาจากค่ะ  อาทิตย์นี้ ป้าเก๋งต้องเจอกับการจากแบบรวมมิตรค่ะ  มีตั้งแต่ไม่อยู่สองอาทิตย์นะ ฝากดูแลบ้านด้วย  แล้วแบบที่จากกันวันนี้แล้วไม่รู้จะเจออีกเมื่อไหร่  แล้วก็จากกันวันนี้แล้วก็อาจจะไม่ได้เจอกันอีก  ก็ทำให้หวิวๆ นะ  ก็ต้องรีบทำความเข้าใจบทที่ซับซ้อนแบบนี้โดยพลันค่ะ

ก็มานึกดูว่าตั้งแต่เด็ก ป้าเก๋งต้องจากบ้าน จากพ่อ จากแม่ แล้วยังมีจากพี่น้องเป็นพักๆ  ก็ธรรมดาค่ะ ก็เศร้าโศก แล้วก็ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรซะบ่อย จนเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว เพราะมีอาการขี้แงหนักกว่าใครเค้าหมด  จนโตก็ยังต้องพบกับการจากพรากอีกหลายอย่าง  จนวันนี้ ที่ก็พอจะรู้สึกได้ว่านี่มันเรื่องธรรมดา (นี่หว่า) แต่ก็ยังต้องทบทวนตัวเองอยู่บ่อยๆ ค่ะ

ลองนึกๆ ดู ก็สังเกตว่า การลาจากบางสิ่ง บางอย่าง บางคน ก็จากกันสบายๆ  แล้วก็มีบางทีที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ อ้าว ไปแล้วรึ  แต่ก็มีบางหน ที่ทุรนทุรายเหลือเกิน  แหม ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้การลาจากกันทุกๆ ครั้ง เป็นไปด้วยความสุข และชื่นมื่นละนะ  ก็ได้แต่สงสัยว่าอะไรทำให้เรารู้สึกต่างๆ กัน

การลาจากของป้า ก็เจอมาหลายแนวค่ะ ก็มีตั้งแต่แบบที่จากบ้านนอกมาเรียนกรุงเทพฯ  แบบนั้น ตอนแรกๆ นี่เศร้ามาก แต่พอถึงกรุงเทพฯ นอนร้องไห้อะฮึ อะฮึ สองสามคืน แล้วก็ยุ่งกับเรื่องเรียนไปพักนึง เดี๋ยวเดียวหาย  แล้วก็จะกระหยิ่มใจเสมอเวลาสอบ เพราะรู้ว่าเดี๋ยวก็ปิดเทอมแล้ว เดี๋ยวตูจะได้กลับบ้านเฟ้ย พวกเด็กเต้บ ไม่มี ฮ่า ฮ่า ฮ่า   พอเรียนจบ..ทำงาน ความคิดถึงบ้านอย่างตอนเด็กก็หายไป  ไม่ได้กลับบ้านบ่อยอย่างเดิม แถมบางปีเบี้ยวไม่ไปซะอีก เวลาไปบ้านก็ไปอย่างต้องมีธุระ เสร็จแล้วก็รีบกลับมาทำงาน  จนลืมไปว่า เมื่อเด็กๆ นี่เป็นหนักขนาดไหน  แล้วก็เลิกบทพญาโศก เพราะจากกันแบบนี้ ก็จะรู้อยู่ในใจว่าเดี๋ยวก็ได้เจอกันแน่ๆ อยากเจอเมื่อไหร่ก็กลับ พ่อแม่ และบ้านเราอยู่นั่นแน่นอน   

แล้วก็มีแบบจากเพื่อน อันนี้นิ่มมาก จากก็ได้ เจอก็สบาย ไม่เจอกันนานไปก็โทรหามั่ง ถามไถ่กันว่าลูกเต้าสบายดีมั้ย ให้ดี ไปปะกันในเฟซบุ้ค คราวนี้อัพเดตกันจนหายคิดถึง  ไม่ใช่ไม่รักนะ แต่เพราะรู้ว่าอยากเจอก็ได้เจอ อยากคุยก็จะหาเจอ แล้วรู้ว่าเพื่อนเราอยู่สบาย มันดูแลตัวเองได้แน่อยู่แล้ว

อันที่จากกันแบบหวิวๆ และดูเว่อร์มากที่สุด ก็คงตอนที่ส่งลูกไปเนอร์สเซอรี่ครั้งแรกหลังจากครบวันลาคลอด แล้วต้องกลับไปทำงาน คิดถึงมันทั้งวัน จะกินได้มั้ย จะอยู่ยังไง พี่เลี้ยงจะรู้มั้ยว่ามันเปียก มันหิว  เฮ้อออ สารพัดห่วง  แต่เรานี่เองที่ลืมว่าพวกครูๆ หนะ มืออาชีพกว่าเราเยอะ  ฝากไว้ไปๆ มาๆ อาทิตย์เดียว  ก็รู้สึกว่า แหม…ดีจริง  อย่างที่เคยคุยกับหลายๆ คนว่า การมาทำงาน กลายเป็นการพักผ่อน มีคนดูแลเราดีกว่าที่บ้านซะอีก วันหยุดยาวๆ นี่  เหนื่อยกว่าไปทำงานมาก  ดังนั้น การจากแบบที่รู้ว่าเขาอยู่ดี กินดี มีคนดูแลดี ก็เป็นความสุข  ฝรั่งเขาเรียก In good hand นะ

 แล้วก็มีการจากไปแบบไม่มีวันกลับ ที่เชื่อแน่ว่าหลายคนก็เคยพบกันมาแล้ว  ก็ปูนนี้กันแล้วนี่นะ (^_^)   การจากแบบนี้ มักจะมีเรื่องใหม่ๆ มาสอนเราได้เสมอ โดยเฉพาะเวลาก่อนที่จะจากกัน  การไปเยี่ยมไข้อย่างที่รู้ว่าอีกซักพักนึง เขาก็จะได้กลับบ้านก็จะรู้สึกอย่างนึง ซึ่งก็ต่างกันมากกับการไปเยี่ยมแบบที่ไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่ หรืออาจจะไม่ได้กลับ ก็จะสอนเราคนละอย่าง   เราก็มักจะชอบตอนจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งล่ะน่ะ … แต่ชีวิตจริงก็ไม่ง่ายอย่างนั้น  

ในสภาวะของการลาจาก การเป็นคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ก็คงจะยากพอๆ กับการเป็นผู้ต้องจากมา โดยเฉพาะคนที่ผูกพันกันมาก ก็ยิ่งเพิ่มความยากขึ้นไปอีกเป็นทวีคูณ  แล้วก็แปลก ตรงที่การจากลามักเกิดขึ้นโดยไม่ต้องคิดทางเลือกอื่นนะ คือตัดสินกันไปแล้วว่าต้องจากกันเป็นแน่  เหลือก็แต่เรื่องที่ต้องทำใจว่าจะจากกันอย่างไรให้ทุกข์น้อยที่สุด

ป้ามาคิดย้อนไปในฐานะของคนที่ต้องเดินออกจากบ้าน (ไม่ใช่บ้านเอ เอ้ป นะ)  ก็ทึ่งว่าพ่อแม่ทำได้ไงที่ส่งลูกไปซะไกล พ่อแม่เราเข้มแข็ง และเท่ที่สุด ที่นิ่งได้ กลั้นได้ ไม่ให้ลูกรู้ว่าห่วงเหลือเกิน ให้ลูกมั่นใจว่ามันไปได้แน่ไม่ต้องกลัว แล้วให้ลูกสบายใจว่าปิดเทอมคราวหน้ามันกลับบ้านมาก็จะได้เจอกัน พ่อแม่จะสบายๆ รออยู่  

นั่นเป็นบทของคนมาส่ง  คือส่งด้วยความยินดี ว่าคนทางนี้จะอยู่ดี มีความสุข ก็ไม่ต้องดึงรั้งให้เขาห่วง ละล้าละลัง หรือลังเลใจ ให้เขามั่นใจว่าเราอยู่ได้ ชิวๆ ค่ะ ชิวๆ  

แล้วถ้าคิดกลับกัน  หากว่าเราเป็นคนที่ต้องอยู่ หากว่าเรารู้แน่ว่าคนที่จาก จะอยู่ต่อไปได้อย่างสบาย มีความสุข  คนที่อยู่หลังก็จะวางใจ สบายใจ และไม่สลดมาก หรือนานกว่าเหตุ  ยิ่งถ้าจากกันโดยไม่ทิ้งอะไรไว้ให้คนหลังต้องตามเก็บ ก็ยิ่งประเสริฐ เขาก็ไม่ต้องมาตามสะสางเรื่องค้างใจให้เรา  

ดังนั้น การเป็นคนที่จากมาก็มีหน้าที่เช่นกัน หน้าที่ที่ต้องทำให้ผู้อยู่สบายใจว่าจากมาแล้วตูอยู่ได้ ไม่ต้องห่วง  

 

คนเราก็พยายามทุกทางที่จะลดเศร้าบรรเทาทุกข์นะคะ  ความหดหู่จากการที่ต้องลาจากกัน ก็เป็นทุกข์  มันเกิดขึ้นแน่ๆ เป็นธรรมดา ก็ยอมรับให้เร็ว  แต่เรื่องที่เราจะช่วยกันได้ในฐานะมนุษย์ร่วมโลกที่ได้เกิดมาเจอกัน และผูกพันกันซะแล้วนี่  ก็คงเป็นที่เราจะช่วยกันอย่างไร ให้ทั้งฝ่ายที่ต้องจาก และฝ่ายที่ต้องอยู่ ทุกข์ให้น้อย เศร้าให้เบาบาง และจางหายไปในเร็ววัน  

เศร้าได้ค่ะ แต่อย่านาน