ในท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองแบบกรุ่นกรึ่มเช่นนี้ ก็ยังมีคนอยู่กลุ่มนึงที่มีความสุขมากกกเหลือเกิน  ก็เจ้าแก๊งเด็กแสบที่โรงเรียนหมูปันนี่เองล่ะค่ะ

โรงเรียนหมูปันประกาศปิดเทอมเร็วกว่ากำหนดเดิมไปหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ด้วยเหตุว่าสถานการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยราบรื่น การแสดงวันปิดเทอมที่ปกติจะต้องมีการซ้อม มีบทที่ต้องท่อง แล้วก็เตรียมเครื่องประกอบฉากกันแบบอลังการงานสร้าง ทั้งหมดเหลือเวลา 1 วัน ย้ำค่ะ… จากหนึ่งอาทิตย์ เหลือหนึ่งวัน!  ทีมงานคุณภาพก็ต้องปรับรูปแบบกันเป็นการด่วน หั่นบทหดจู๋ กิจกรรมที่ไม่จำเป็นก็ตัดไป ของประกอบฉากก็ไม่ต้องล่ะ ครูเขาว่า เป็นการแสดงแบบ 3 มิติแบบไม่ต้องใช้แว่นค่ะ (- _ – ) 

แหม ก็เสียดายกันหมดล่ะ เพราะทุกครั้ง ในงานนี้ก็จะเป็นเวลา “ออกของ” ของพวกเด็กๆ กันค่ะ  แก๊งสาวๆ ก็จะได้เต้นโชว์ แล้วทุกคนก็จะมีบทเด่นของตัวเองค่ะ หมูปันก็เหมือนกัน โดยเฉพาะครั้งนี้เขาก็โม้ไว้เยอะว่าจะได้เป็นพิธีกรซะด้วย จากทีแรกที่คุณครูถามแล้วก็ทำเป็นอ้ำอึ้งอยู่ทั้งคืนว่าจะเป็นดีไม่เป็นดี  เลยถามเขาว่าทำเป็นกั๊กๆ ไว้แบบนี้ ถ้าคุณครูยกบทนี้ให้เพื่อนไปจะเสียใจมั้ย โอกาสมันไม่ได้มีมาทุกวัน ถ้าชอบก็ต้องลุย เช้าวันถัดมาเขาก็ไปบอกครูฝรั่งว่า I have to be the presentor.  ก็เรียบร้อย ได้เป็น presentor สมใจหมาย  ความจริงครูฝรั่งก็ชอบจะให้หมูปันเป็นพิธีกรอยู่ล่ะค่ะ ไม่ได้หลงว่าลูกเก่งเกินเพื่อนแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะหมูปันเขาเพี้ยนสะใจมากจริงๆ  พิสูจน์กันตั้งแต่งานวันปิดเทอมหนึ่งแล้วค่ะ เด็กอื่นเค้าก็ร้องเพลงกัน ยืนร้องกันปกติ แต่หมูปันนี่ ไม่ด๊ายค่ะ ต้องมีท่าประกอบให้ล้นไป จนเพื่อนที่แสดงคู่กันถึงกับเหวอ แต่ป้าก็ชอบนะคะที่เขาบ้าดีเดือดได้ขนาดนี้ ก็ทำให้บรรยากาศรวมๆ สนุกดี 

 ทุกครั้งที่มีการแสดงที่ห้องเรียน ป้าก็จะเต็มที่ล่ะค่ะตั้งแต่อนุบาลกันแล้ว ไปดูลูกแสดงก็โอ้ยยย ซาบซึ้งน้ำตาไหล ลูกแม่อะไรกันนี่ช่างเก่งเหลือเกิน (T_T)  ปีก่อนนู้นแสดงระบำประกอบเพลงเขาดิน หมูปันแสดงเป็นนกกระตั้ว กับนกเพนกวิน  เพื่อนๆ ก็มีประมาณหมวกบ้าง เสื้อบ้าง แต่ของหมูปันมาทั้งตัว ยันไปถึงรองเท้าทีเดียว เราออกแบบเสื้อผ้ากันเต็มอัตรา ปรึกษาน้าเขม Costume Designer ประจำบริษัท แล้วยังเสิร์ชหาแบบในเหน็ตว่าชาวบ้านเขามีมั้ย เจอแล้วก็ก๊อบกันเต็มเหนี่ยวค่ะ  วันแสดง ก็จะบอกเขาทุกครั้ง สนุกให้เต็มที่นะคับ แหม ก็เขาหนะไม่ใช่ธรรมดา แฟนคลับเค้าเย้อะ

ครั้งนี้ก็เหมือนกันค่ะ อาทิตย์ก่อนวันแสดงก็ยังโทรชวนยาย ชวนย่าให้มาดูปันแสดงจนต้องปรามไว้เพราะกลัวห้องที่ใช้แสดงจะระเบิด ก็บอกเขาให้แสดงแบบเต็มเหนี่ยว ขอเสียงดังๆ นะคับ หม่าม้าจะถ่ายวิดีโอไว้ให้อาม่ากับเหนะดูด้วย แล้วก็ได้ตามที่ขอจริงๆ เสียงสนั่นสุดใจค่ะ 

แต่เทอมนี้ ไม่ขำเหมือนเทอมก่อนๆ ค่ะ  เพื่อนๆ ดูจะไม่ปลื้ม พากันชำเลืองบ้าง เหล่บ้าง แทนที่จะแสดงบทของตัวก็พากันหันหน้าเข้าหากัน หัวเราะคิกคัก คนที่ยืนติดกันก็สะกิดๆ ให้หมูปันเบาเสียงลงหน่อย แต่ก็ไม่เป็นผลค่ะ เสียงหมูปันยังคงดังสนั่นเกินใคร …เต็มเสียงค่ะ เต็มเสียง แม่สั่งมา… แล้วในที่สุด ผู้ปกครองที่มาดูก็พลอยหัวเราะไปด้วย ( ._.) วันนั้น จิตตกอยู่แถวโรงเรียนเลยค่ะ มาถึงบ้าน ป้าก็คิดหนักเลยว่าเราสอนอะไรลูกผิดไปมั้ย ควรจะบอกลูกมั้ยว่าต้องเพลาๆ ลงหน่อย หลังจากคิดอยู่ครึ่งวัน ก็ตัดสินใจได้ค่ะ ….

ถ้าเราเชื่อมั่นว่าลูกไม่ได้ทำผิดกาละ ไม่ได้ไปร้องเพลงดังขนาดนี้ตอนเดินเที่ยว ก็เป็นอันว่าสบายใจได้ ก็ต้องทำใจมั่นๆ เอง  ใครจะขำอะไร มันก็สิทธิของเขา ลูกไม่ได้ทำผิดนี่นา อย่างน้อยก็ไม่ได้ผิดคิว  ถ้าไปบอกเขาว่าลูกร้องเพลงดังเกินไปครับ ออกแอ๊คชั่นมากไปครับ คราวหน้าห้ามทำครับ แบบนี้ เรื่องที่ควรทำ เรื่องที่ปกติ ก็จะกลายเป็นเรื่องผิดปกติไป  ป้าก็สังเกตเขา คุยกับเขา ก็พบว่าหมูปันสนุกกับการแสดง แล้วก็ไม่ได้ผิดบท เขาเล่าว่าคุณครูฝรั่งบอกปันว่า Well done! ซะด้วยนะคับ ป้าก็หน้าบาน ก็น่าจะดีแล้วนี่นา ป้าคิดกลับไปกลับมาหลายรอบเชียวแหละ เพราะไม่อยากให้เขาเป็นตัวตลก แต่พอสังเกตอาการลูก เออหนอ ก็ไม่เห็นเขาจะเดือดร้อนอะไรเลย แล้วก็ยังคุยว่าเพื่อนคนนั้นรำสวย คนนี้พูดเก่ง แล้วเพื่อนๆ ก็สนุกอย่างเขาด้วย ป้าก็คิดจากตัวเองซะมากไป กังวลถึงหน้าตัวเองมากไป คิดไปว่าคนเขาหัวเราะเยาะป้านี่เอง เฮ่อ…เราหนอเรา  

วันแสดง ป้าก็ไม่ค่อยเห่อเท่าไหร่ค่ะ ไปรอก่อนเวลาเริ่มแสดงราวๆ ชั่วโมงเดียวเท่านั้น คนอื่น ก็ทะยอยๆ ตามกันมาแล้วค่ะ ระหว่างรอก็สังเกตคนอื่นซิคะ อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไป (*._. ก็เป็นธรรมดาที่ผู้ปกครองท่านอื่นก็มาเจอกัน ก็คุยกันไปเรื่อย ตั้งแต่เรื่องปิดเทอมไปเที่ยวไหน อ๋อ ไปญี่ปุ่น อ๋อ หนูไปมาแล้ว ไปที่นั่นด้วยนะคะ ไปที่นี่ด้วยนะ…ก็บอกแล้วว่าที่นี่หนะโรงเรียนไฮโซ่  อืมม แต่ไม่ยักมีใครมาถามป้า ว่าปิดเทอมพาลูกไปไหน รอจะกวนอยู่ทีเดียวว่าตำบลปากแพรกอะค่ะ จะมีใครปลื้มมั้ยน้าาา  😛

อีกหัวข้อยอดฮิต คือเรื่องการสอบที่เพิ่งเสร็จไปอาทิตย์ก่อน พอมาถึงเรื่องนี้ บรรยากาศการสนทนาก็ฮอตไม่แพ้ข้อสอบ O Net นะฮ่ะ แล้วก็มีผู้ปกครองท่านนึงตั้งข้อสังเกตว่าการสอบของลูกที่นี่ เป็นแบบแยกหัวข้อ เรียนเรื่องนึง ก็สอบเรื่องนึง ไม่ได้สอบรวมๆ กันแบบโรงเรียนอื่น  ที่กังวลกันมากก็ประมาณว่า เอ๊ แล้วแบบนี้ลูกเราจะตามทันเพื่อนโรงเรียนอื่นมั้ย อย่างพวกโรงเรียนฝรั่งที่มีการบ้านเยอะๆ อัดวิชาการกันเต็มที่ พอทำข้อสอบ NT-National Test ก็ติวกันกระหน่ำแบบนั้น เขาก็เก่ง “แล้วแบบลูกหนูนี่ เค้าจะสอบวิศวะ เค้าจะทำได้เหรอค่ะ” โอ้วววว ถึงกับต้องลุกไปดูหน้าทีเดียว ว่าเสียงแม่ใคร (o_O*) คือว่าลูกคุณน้องอยู่ปอสามนี่ คุณน้องรู้เลยเหรอฮ่ะว่าจะสอบวิศวะ บ๊ะเจ้า! ป้าอยากจะรบกวนให้คุณน้องพูดอีกที พูดอีกที ได้รึปล่าว  อ๋ออออ เห็นหน้าแล้วก็ไม่แปลกใจ แม่น้องเหรียญทอง นี่เอง

เด็กชายเหรียญทอง เป็นน้องเครียดมาตั้งกะป้าจำความได้ เวลาเดินสวนกัน ปกติเด็กคนอื่นก็จะสวัสดี บางคนมีทักทาย บางคนถึงกับชวนเล่น มีบางคนที่วิ่งหนี แต่เหรียญทอง ไม่  เหรียญทอง เดินหลังตรง หน้าตรง ตามองตรงไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น  อ๋อออออออ ป้ารู้แล้วเหรียญทอง ต้องไปเป็นวิศวะนี่เอง 

ป้าก็เอะใจตั้งกะปอหนึ่งแล้ว มีอยู่วันนึงที่แว่นของเจ้าป้อม เพื่อนห้องเดียวกับหมูปันเกิดน็อตหลวมใกล้จะหลุด แล้วก็เอามาให้ป้าดู “แม่ปันคับ ช่วยซ่อมให้หน่อยคับ” แหม..นะ ก็เด็กขอให้ช่วย ป้าก็วนเวียนหาไขควงนะ ก็เจอเพื่อนหมูปันสองสามคน ลองถามดูว่าจะพอหาไขควงที่ไหนได้  เด็กอื่นก็ตอบว่าไม่รู้คับ / ค่ะ  แต่เหรียญทอง ตอบว่า “พ่อผมเป็นวิศวะคับ” (o_O)!   ป้าสาบานจริงๆ ว่าไม่ได้หัวเราะเขาตอนนั้น แต่ก็ประทับใจมาถึงตอนนี้ ปะติดปะต่อเข้ากับเรื่องที่แม่น้องเหรียญทอง บ่นเรื่องข้อสอบ ก็ปิ๊งทันที อ๋ออออ รับทราบด้วยหัวใจครับลูก แต่ป้าสงสัยว่าแม่ของหนูรู้ได้ไงว่าลูกอยากเป็นวิศวะอ่ะนะ เร็วไปป๊าาาาาว?  

คงเป็นเพราะเหตุนี้ ถึงทำให้เหรียญทอง ดูเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่ปอหนึ่งแล้วล่ะค่ะ ไม่มีล่อกแล่ก หมูปันซะอีกที่ไม่เคยเดินแบบปกติได้เกินห้าก้าว เดี๋ยวเดียวมันต้องโดด แล้วมันก็วิ่ง แล้วมันก็แวะดูนั่นดูนี่ ตอนนี้ปิดเทอม ก็ผลิตหนังสติ๊กมายิงแม่ซะงั้น เฮ้อออ… อุ๊ยลืม เรียกลูกว่ามัน ขอโทษฮ่ะ ขอโทษ… เลิกเรียนปุ๊บเหรียญทอง ก็มายืนรอรถมารับ ไม่มีภาพเขาไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ตัวปียก หัวเหม็นอย่างคนอื่น เวลามีการแสดงที่ห้อง เหรียญทอง ก็จะเป็นโฆษก ทุกครั้รรง ย้ำค่ะว่าทุก “ครั้รรง” โดยเฉพาะภาคภาษาไทย เพราะเหรียญทอง ออกเสียง รอ เรือ ได้ชัดมากกกก จนป้าอยากพาไปประกวดการอ่านออกเสียงทีเดียว  จนปิดเทอมไปแล้วนี่ละค่ะ หมูปันถึงมาคุยให้ฟังว่า “เหรียญทอง เขาชอบเตะปัน” เอ๊า ทำไมละเนี่ย “ก็เค้าว่าปันปัญญาอ่อน” (O_O) กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด   อืม แต่จะว่าไปถ้าม้าเป็นเพื่อนปัน ก็คงต้องคิดงั้นแหละ คนอะไร เวลาเรียนทำหงิมๆ อ่านแต่หนังสือตลอดเวลา พอจะแสดงหน้าห้องขึ้นมา ท่าก็มาซะหลุดโลกขนาดนี้ ไม่คิดอย่างนี้ก็ไม่รู้จะคิดยังไงได้ ก็คงต้องปล่อยให้เขาคิดเถอะ มันเป็นสิทธิในการคิดของเพื่อน แล้วก็เป็นสิทธิในการออกฤทธิ์ของปันด้วย  แต่เขาไม่ควรจะเตะเพื่อนนะ คราวหน้าถ้าเค้าเตะลูกอีก ก็เตะกลับไปนะคับ (^_^)   

อืมมม แต่ก็น่าคิดว่า เหรียญทอง ผู้เอาจริงเอาจังกับอนาคตของตัวเองขนาดนี้ มีลงเท้ากับเพื่อนด้วยเหรอ คับลูก  คนเราคิดต่างกันได้ ใช้ชีวิตต่างกันได้ แต่อย่าใช้ความรุนแรงซิครับพี่น้องชาวไทย

ป้ารู้สึกเสียดายอย่างแรงทุกครั้งเวลาเห็นเด็กไม่เริงร่าน่ะ เด็กไม่เล่น เด็กหงอย เด็กเศร้า เด็กประกายตาไม่วิ้งๆ น่ะค่ะ มันน่าเสียดายเวลาแสนสนุกของเขาที่มันจะมีก็แต่ในช่วงนี้  เวลาที่เด็กๆ ยังจินตนาการว่าขี่จรวดไอพ่นไปดาวอื่นได้ เวลาที่เขายังไม่ต้องระแวงกับโลก เวลาที่เขาสามารถพูดคุยกับใครก็ได้ในเรื่องที่เขาชอบ เรื่องที่เขาฝัน และเรื่องที่เขาอยากทำ แบบที่ไม่ต้องรู้จักกรอบแบบเดิม ชอบแบบหลุดๆ อะค่ะ คุยกับเด็กแบบนี้แล้วสนุกสุดๆ ไปเลย  ป้าชอบที่น้องซูกัสบอกว่าอยากเป็นคนเขียนเกมส์ ก็เพราะกัสชอบเล่นเกมส์จนแว่นหนาเตอะ  ป้าชอบที่หมูปันบอกว่าเขาอยากเป็นนักสืบ และนักมายากลด้วย  ป้าชอบที่ข้าวปุ้นบอกว่าไม่อยากเป็นครู เพราะครูดุ  ป้าชอบกระทั่งที่ปะทุบอกว่า มันจะอยู่ชิว ชิวไปอย่างนี้แหละ เพราะอย่างน้อย มันก็ได้คิดเองว่ากรูจะชิว  แต่ป้าไม่แน่ใจจริงๆ ว่าเหรียญทอง จะรู้มั้ยว่า วิศวะนี่เขาทำอะไรกัน

เคยดูหนังเรื่อง The Goden Compass มั้ยค่ะ เรื่องที่มีแม่มดสวยหยดขนาดนิโคล คิดแมน ที่คอยจับเด็กไปขัง เพื่อแยกเขาออกจากสัตว์ภูติประจำตัว เพื่อว่าเด็กจะได้เติบโต  ดูแล้วก็ใจหาย คิดถึงเด็กที่ถูกพรากจากความเป็นเด็กก่อนเวลา  แล้วที่น่าใจหายที่สุดแม่มดแสนสวยตามท้องเรื่อง ก็คือคนที่บ้านเขานี่เอง  ว่าแล้วก็…เศร้าจังนะคะ