จักรวาลลอยฟ้าของป้ามีขนาดเจ็ดสิบตารางเมตรค่ะ มีระเบียงสามด้าน ลมโกรก ที่สำคัญมีวิวสนามหญ้าบ้านคนอื่นเป็นของแถม ดูได้ตามสบายโดยไม่ต้องตัดหญ้าเอง มีต้นไม้ใหญ่ๆ หลายต้นล้วนแล้วแต่เป็นไม้ดอกสีชมพูทั้งนั้น ฤดูที่ตาเบบูย่าออกดอกเราก็จะได้ดูดอกสีชมพูนี่เต็มต้น ใกล้ตาเรายิ่งกว่าเจ้าของบ้านซะอีก ที่สำคัญเวลามันโรย…. เราไม่ต้องกวาด ^_^  มีอยู่ปีนึงที่ฝนตกแล้วเจ้าดอกนี่ร่วงเต็มสนาม สงสารคนกวาดมากเป็นสองเท่า เพราะมันนิ่มหนืดเกาะพื้นหนุบหนับ กวาดยากจริงๆ

ระเบียงของป้าก็มีต้นไม้เหมือนกัน ที่ติ๊ดเดียวแต่ก็อยากปลูกกะเขามั่ง แต่ไม่ได้เป็นสวนแนวใดๆ ทั้งสิ้น ชอบต้นอะไรก็ไปหามาวางๆ ไว้ให้มีเขียวๆ ไว้พักตา ส่วนมากก็จะหนักไปทางไม้ใบนะ อิ อิ ถึงจะเป็นไม้ดอก ป้าก็สามารถปลูกจนกลายเป็นไม้ใบไปได้นะ มันก็มีวิวัฒนาการไปตามความเห่อค่ะ ช่วงที่แรงมากหน่อยก็จัดนู่น ย้ายนี่ แต่หลังๆ มานี่แรงตก ยกอะไรหน่อยหลังเคล็ดซะงั้น โอ้ววว เวลานั้นของเรามาถึงแล้วหรือนี่ (_*)  ไม่หรอกค่ะ แดดมันร้อนกลัวผิวเสียฮ่ะ ก็ปล่อยไว้อย่างนั้น ไม่ได้พรวนดิน ไม่ได้ตัดแต่ง ไม่ได้ใส่ปุ๋ย มันก็โตกันเองได้นะเก่งจริงๆ  

ที่ระเบียงตรงห้องนอน ป้าก็จำกัดจำนวนประชากรไว้สี่กระถาง มีอะไรมาเพิ่ม ก็เอาไปลงไว้ตรงโคน สุมๆ รวมไว้ในกระถางเดียวกัน แอบตั้งใจว่าจะลงต้นไม้สูงนิดนึงไว้บังแดดบังตาเพื่อนบ้านอะไรอย่างนั้น ตอนนี้ก็มีต้นโมกในกระถางที่ใหญ่ซะจนมีที่เหลือให้เม็ดต้นไม้อื่นลอยลมมาขึ้นเบียดอยู่ด้วยได้ ตอนนี้มันก็ยังเป็นต้นไม้ไม่ปรากฎสัญชาติค่ะ เพราะมันยังเป็นไม้ใบ ดูจากรูปร่างใบก็เดาว่าเป็นชงโคนะ ป้าเห็นว่ามันก็ไม่ได้ผิดคอนเซ็ปต้นไม้ใหญ่ ก็เลยปล่อยให้อยู่เป็นต้น UFO ต่อไป

อีกกระถางเป็นปีบค่ะ เก๋มั้ยมีปีบอยู่ที่ระเบียงบ้านด้วย อายุมันถ้าไม่ถึง 9 ปี ก็คงไม่น้อยกว่านี่นานนัก เพราะมันเป็นอายุของความสัมพันธ์ของป้ากับน้องรักคนนึง น้องเค้าแซะมาให้จากที่บ้าน ก็เลี้ยงมาเรื่อยๆ มันก็โตเอาๆ มีต้นลูกออกมาเต็มโคน แต่จนป่านฉะนี้ ปีบของป้าก็ยังไม่เคยมีดอกเลยแม้แต่ดอกเดียว  แต่ก็เอาเถอะ เลี้ยงไว้ดูเปลือกต้นก็ยังดี เปลือกต้นปีบนี่ ฟอร์มสวย แล้วช่วยเตือนใจเรื่องสังขารอันไม่เที่ยงได้มากนะคะ มันแตกระแหงแห้งสนิทได้ใจจริงๆ  พอถึงหน้าดอกปีบ ป้าก็ใช้วิธีไปดูดอกของต้นที่เขาปลูกอยู่บ้านหน้าปากซอย ไปเจอที่ไหนก็เก็บดอกมาใส่ขวดเล็กๆ ไว้ดูและดม แล้วก็ทำให้คิดถึงน้องอีกคนที่ตอนนี้กลายเป็นแอร์โฮสเตสไปแล้ว เธอมักจะมาแต่เช้า เก็บดอกปีบที่บ้านมาปักแจกันไว้ให้หอมฟุ้งไปทั่ว 

แล้วก็มีต้นที่ภูมิใจเป็นพิเศษเป็นต้นมะเฟืองค่ะ เดิมก็ตั้งใจปลูกไว้ดูดอกแทนซากุระเชียวนะ แต่มันก็ดั๊นติดลูกใหญ่เบ้อเริ่ม กินได้ด้วย คงเพราะมันเป็นกิ่งตอน หรือทาบกิ่งอะไรนี่แหละ กรุณาอย่าถามเพราะป้าม่ายยยรู้ มะเฟืองไฮโซของป้านี่หวานด้วยน่ะ เป็นมะเฟืองออร์แกนิคร้อยปูเซ็ง เพราะไม่ได้ใส่ปุ๋ยเลย อาจจะเป็นเพราะรดด้วยน้ำพิเศษมั้ง ก็พวกน้ำล้างจาน น้ำล้างม้อบ ม้อบถูพื้นฮ่ะไม่ใช่ม้อบที่ถนนนะฮะ ป้าก็เก็บไว้ไปรดต้นไม้นี่แหละ น้ำคอนโดมันแพ้ง ต้องใช้ให้คุ้มหน่อย นี่ก็คิดอยู่ว่าจะเก็บน้ำจากเครื่องซักผ้ายังไง มันเยอะจัด…เอาไปรดต้นไม้คงได้ทั้งบ้าน

ต้นสุดท้ายเป็นซานาดูค่ะ เป็นไม้พุ่มอวบน้ำ ป้าเลี้ยงไว้ดูใบแบบเต็มขั้น แต่เจ้าต้นนี้ใบก็ไม่ใหญ่อย่างที่มันควรจะใหญ่ คงเป็นเพราะมันโดนบีบอยู่ในกระถางแหละ แตกต้นออกมาก็เยอะแยะ คนปลูกก็ไม่ยอมเปลี่ยนกระถางให้ซะที  เจ้าต้นนี้เขาติดสอยห้อยป้ามานานสุด ถึงปีนี้ก็เลยสิบปีไปแล้วแน่ๆ ป้าชอบเพราะใบมันแข็งแรง ตัดมาปักแจกันนี่อยู่ได้ทนนาน แถมไม่เรื่องมาก เวลารดน้ำก็รดต้นอื่นซะก่อน น้ำที่เหลือก้นถังนิดนึงค่อยเทโครมลงไปใส่เจ้านี่  ถ้าน้ำไม่เหลือก็อดไป แต่มันก็ไม่ตายนะ ต้นอื่นยังมีงอน ใบเหลืองใบร่วงบ้าง แต่เจ้านี่ ไม่เลย

จนมาเมื่อเช้าวานซืน ป้าก็เอาน้ำรีไซเคิ่ลไปรดต้นไม้ที่ระเบียงตามปกติ  เอ๊า ซานาดูจอมอึดเป็นไรไปเนี่ย มันมีใบเหลืองกรอบประปรายไปทั่วเลยค่ะ (o_O)’

เอะแรก ก็อ๋ออออ แดดมันแรงขนาดนี้ มันคงเอาไม่อยู่ ขอเหลืองหน่อย แต่เอ๊ ต้นข้างๆ ก็ไม่เห็นเหลืองแบบนี้ นี่ต้นโมกก็เริ่มมีตุ่มดอกมาอีกรอบแล้ว มะเฟืองที่เดือนก่อนนู้นตัดลูกไปรอบนึง ก็เริ่มติดดอกสีชมพูแจ๋มาใหม่ ลูกปีบที่โคนต้นก็ยังขึ้นกันพรึ่บ เอ๊า แล้วซานาดูจอมอึดเป็นไรไปเล่า เรียกร้องความสนใจรึไง  พอคิดซักพัก เอ่อ สงสัยป้าจะลืมรดน้ำให้มันนานเกินไปแฮะ (._. ‘)

ตั้งแต่หมดหน้าหนาวเมื่อต้นปี แดดบ้านเราก็เจิดจ้าสุดๆ โดยเฉพาะแดดบ่ายๆ นี่ เหมาะจะทำหมูแดดเดียวมาก โดนไปแว้บนึง…อย่างกับโดนปืนเลเซอร์ ผิวจะตึงกระทันหัน มันแวรงงงง จริงๆ  ดังนั้น เวลารดน้ำ ป้าก็จะเกิดอาการเลือกที่รัก มักที่ชังแบบอัตโนมัติค่ะ ต้นมะเฟืองที่ออกลูกให้เชิดหน้าชูตาป้าปีละครั้งนี่ ก็จะรดก่อนเป็นอันดับแรก ยิ่งพักก่อนที่เขาติดลูกอยู่ก็ยิ่งรดให้ชุ่มจนล้นถาดรอง ไหลเจิ่งไปทั่ว  อันดับถัดมาก็เป็นต้นปีบ เพราะต้นลูกมันเยอะ ใบมันบาง แถมใจเสาะอย่างแรง ลืมรดไปพักเดียวก็พากันทิ้งใบคอพับคออ่อน เดือดร้อนป้าต้องเก็บกวาดอีก แม้จะไม่เคยออกดอกให้ดูกันเลย เราก็จะยังคงรักกันต่อไป  ต่อมาก็ต้นโมกค่ะ เจ้านี่มันขี้รำคาญ น้ำเยอะก็กลายเป็นบ้าใบไม่ออกดอกซะงั้น นิสัยแบบนี้ก็เข้าทางป้าซิ รดมั่งไม่รดมั่งก็ออกดอกขาว เป็นจุดๆ เต็มต้นอีกรอบแล้ว หอมด้วย น่ารักด้วย ยิ่งดูตอนกลางคืนเหมือนดาวนะ  แล้วสุดท้ายก็ซานาดู ที่เป็นน้องอึด ไม่บ่น ไม่โอดโอย เธอไม่รดน้ำ ฉันก็จะโตของฉันไปเรื่อย คราวนี้ พอรดเจ้าต้นแรกๆ หนักมือไป ก็ไม่เหลือน้ำไว้ให้ต้นหลังซิ กว่าจะรอน้ำรีไซเคิ่ลรอบใหม่มา ก็…ไปเริ่มที่ต้นแรก…อีกแล้ว  แบบนี้มันแค่โชว์ใบเหลืองมาโวยเอาบ้างก็สมควรแล้วล่ะน่ะ ยังดีที่มันแค่ส่งสัญญาณ ไม่ถึงกับลาขาดจนเราจะต้องมาเสียใจว่าทิ้งเพื่อนไปนานเกิ้น  

รดน้ำเช้าเสร็จแล้ว ป้าคิดมาก็คิดต่อว่า … เออหนอ… สิ่งมีชีวิตในจักรวาลของเรา คนที่เรารู้จักรอบๆ ตัวเราก็เป็นอย่างเดียวกับต้นไม้นี่เอง บางคนก็งุ้งงิ้ง งุ้งงิ้ง สม่ำเสมอ  บางคนก็พูดน้อยต่อยหนักดูเอาจริงเอาจังไปกับทุกขณะจิต แล้วก็มีบางคนที่ไม่พูด ดูเหมือนไม่ได้ต้องการความสนใจอะไรจากใครทั้งสิ้น แถมพอเรามีปัญหาขัดข้องขึ้นมาเมื่อใด ก็จะมีหน้าคนนั้นลอยมาเป็นอันดับแรก  ป้าก็ย้อนคิดกลับไปว่า แล้วที่เราปฏิบัติต่อผู้คนรอบๆ ล่ะ เป็นไง ส่วนมากก็จะเป็นแบบปฏิกริยาตอบสนองน่ะ เขาคุยมาเยอะ เราก็คุยไปเยอะ เขาขี้รำคาญ เราก็ไม่ค่อยเข้าไปยุ่งด้วย คนพูดน้อย เราก็พูดด้วยน้อย แต่ทั้งหมดนั่นก็ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ต้องการความใส่ใจ   

พักก่อนมีน้องเอาหนังซีรี่ของฝรั่งมาให้ดู ป้าก็ติดใจคำนึงที่ถึงกับต้องจดเก็บไว้ เขาว่า คนเรานี่นะมันจะมีความรู้สึกที่เรียกว่า Obsession to be Recognized ก็น่าจะแปลได้ว่าใครๆ ก็อยากได้ความใส่ใจทั้งนั้น ป้าก็เห็นว่าจริงอย่างยิ่งเลยทีเดียว แล้วก็คงเป็นความรู้สึกแบบนี้เองที่ทำให้ใครๆ ก็เล่นเฟซบุ้ค หรือพวกทวิตเต้อนี่ก็ใช่  คนธรรมดาๆ นะ แบบที่ยังไม่ได้บรรลุธรรม หรือหลุดพ้นไปไกลนัก ก็คงจะรู้สึกคล้ายๆ อย่างนี้ อย่างที่ก็อยากให้คนอื่นเห็นตัวเอง คงไม่ต้องถึงขั้นเจอหน้าแล้วกรี๊ดใส่แบบเด็กแฟนคลับนักร้อง แต่อยากให้คนอื่นรู้ว่า เรากำลังทำอะไร เป็นอะไรมั้ย สุขใจ ทุกข์ใจอะไรมั้ย อยากได้ความใส่ใจหนะ  

นี่ก็ใกล้สงกรานต์แล้ว หลวงท่านว่าสงกรานต์นี่ยกให้เป็นวันครอบครัวเนอะ ก็ชวนกันคิดนะคะว่าความประพฤติของเราต่อคนรอบๆ ตัวนี่นะ มีอันไหนล้นไปมั้ย มากไปมั้ย หรืออันไหนน้อยไป ก็ลองเกลี่ยๆ กันดู เอาให้เหมาะกับธรรมชาติของทั้งเขาและเราล่ะนะ เริ่มจากคนในจักรวาลแถวบ้านก่อนก็ได้ค่ะ  (^_^ )