สวัสดีค่ะ ขออภัยที่หายไปนานนะคะ…วงเล็บเปิด ไม่รู้จะมีใครรู้มั้ยเนี่ย (._. ) วงเล็บปิด…

 

ช่วงที่ผ่านมาเด็กปิดเทอมค่ะ ก็เลยพาไปอยู่บ้านตากอากาศที่ทุ่งสงค่ะ ก็สมใจเลย…ได้ตากอากาศ ร้อนนน สมใจล่ะซิ  เข้าใจว่าเฉียดสี่สิบค่ะ ก็พอๆ กับที่กรุงเต้บนี่ล่ะ เพียงแต่ว่าที่นู่นมีลมหน่อยๆ บางวันก็ได้ลุ้นฝนตกกันนิดนึง  ว่าที่จริง เมื่อปีก่อนๆ เวลาไปบ้านเรามักจะเจอฝนกันนะคะ ก็เป็นลมร้อนจากกรุงเทพนี่ล่ะ ที่พัดผ่านอ่าวไทยแล้วก็หอบเอาฝนไปแถวบ้าน แต่ปีนี้สาหัสเลย แห้งสนิท ร้อนมากด้วย  สวนยางที่ควรจะได้กรีดกันแล้ว…ก็ต้องรอฝน ดังนั้น ข่าวที่ได้ยินว่าราคายางขึ้นพรวดพราดนั้น ก็เป็นความจริงตามหลักอุปสงค์ อุปทาน แต่ปริมาณเงินในกระเป๋าชาวสวนยางนี่..ไม่มา เพราะว่ายาง..ไม่มี ก็เลยกลายเป็น..อุ ปา ทาน ไป ซะแทน

ไปคราวนี้ ป้าได้อยู่บ้านตั้งเกือบเดือนแน่ะ นานที่สุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่เรียบจบตรีนู่นนนน… อันนี้ นานมากนะรับรองได้ ก็เป็นโอกาสให้ได้ดูบ้านตัวเองแบบละเมียดกันนิดนึง

ตะก่อน ก็ไม่เคยรู้เลยว่าหลังบ้านมีแนวเขาสวยมากอยู่หนึ่งเทือก รูปร่างเป็นระฆังคว่ำเหมือนเวลาที่ครูจะตัดเกรดคะแนนสอบละค่ะ  ก็เพิ่งจะได้สังเกตุหน้าตากันจริงจังในคราวนี้ ตอนที่ขึ้นไปตากผ้าบนหลังคาบ้าน ชาวบ้านเรียกชื่อ เข้าเหม๋น ค่ะ โปรดอ่านตามวรรณยุกต์อย่างเคร่งครัด ไม่งั้นก็ให้เพื่อนชาวใต้ช่วยพูดคำว่า “เขาเหมน” ให้ฟังจะได้อารมณ์อีกนิด  มีอยู่วันนึง ป้าขึ้นไปตากผ้าตามปกติ ยอดเขาหายไป! ท่อนบนมันโดนเมฆพาดบังมิดไปค่ะ แล้วก็มีเมฆอีกกระจุก ลอยต่ำๆ ล่างถัดลงมาหน่อย โอ! แจ่มมาก  พี่ชายของป้าซึ่งเป็นตั่วกู๋ของหมูปันบอกว่า ขึ้นไปได้นะ ลำบากนิดนึงแต่ขึ้นได้  ก็แอบๆ คิดไว้ ว่าจะขึ้นไปเดินเล่นดูซักทีท่าจะดี

เมื่อเด็กๆ ก็ไม่เคยสำนึกเล้ย ว่าการที่มีบ้านอยู่ต่างเมืองนี่มันจะดีแบบนี้ ปิดเทอมต้องกลับบ้านเป็นประจำก็ทำไปตามกิจวัตร เพิ่งมานึกได้ตอนโตนี่เอง ว่าบ้านเราก็แจ่มไม่แพ้ใคร อย่างที่ตั่วกู๋ว่านะแหละ ดูพระอาทิตย์ตกที่บ้านเรา ก็สวยเหมือนที่แหลมพรหมเทพแหละ จะต้องไปมันทำไม คนเยอะชิบ  มาดูกับตาเองมันก็จริง ฟ้าตอนเย็นที่บ้านเราเป็นสีชมพูหวานๆ แซมกับฟ้าเทอค้อย เทอคอยได้เหมือนกัน ฟ้าบ้านไหนเป็นแบบนี้… ก็ขอให้มั่นใจว่าบ้านตัวก็น่าอยู่นะ ตะเอง

ตานี้ พอไปอยู่บ้านหลายวัน เราก็ต้องทำตัวมีประโยชน์กันนิดนึง… ตื่นเช้ามา คนลูกก็คว้าจักรยานคันเล็กของน้องไปซิ่งบนฟุตบาทหน้าบ้าน ก่อนที่ผู้คนจะเดินกันเยอะไป บางวันก็สลับเป็นสกู้ตเตอร์ ไถไป ยังไม่ทันกินของเช้า เสื้อก็เปียกเหงื่อชุ่มซะแล้ว  ส่วนยายคนแม่ ก็หาของกิน แล้วเป็นอย่างคำไทยเราว่าจริงๆ คือทำมา หากิน ทั้งวัน ก็วุ่นอยู่แต่กับการหาของกินนี่ละค่ะ  ข้างบ้านเดินเลยไปหน่อยก็เจอตลาดเช้า เดี๋ยวนี้เห็นผักเมืองนอก พวกแครอท บรอคโคลี่ อะไรอย่างนั้นเยอะขึ้นค่ะ แต่ที่น่าดีใจ คือตลาดที่บ้านก็มีผักปลอดสารด้วย บางวัน มีแม่ค้าหอบตะกร้ามาเดินขายแบบ knock door กันเลยทีเดียว

ป้าก็ชอบไปดูของแปลก ตะก่อนเจอผักบ้านๆ เยอะค่ะ สะตอนี่เบสิคมาก ยกมาเป็นพวงๆ กันเลย ลูกเหรียง ลูกเนียง แล้วยังผักเหนาะที่กินกับขนมจีนพวกยอดยาร่วง ใบมันปู ที่ขายรวมๆ กับผักอื่นเยอะจนไม่รู้จักชื่อ ใบย่านางของโปรดของใครบางคน ^_^ ก็เต็มไปหมด แล้วก็ได้เจอแม่ค้าขายดอกผักปลังค่ะ อันนี้ไม่รู้จักชื่อหรอก ก็ถามเอาล่ะค่ะ แกว่าเอาไปลวกจิ้มน้ำพริก ดูหน้าตาน่าจะกรอบๆ เลยถอยมาถุงนึง 10 บาท ได้ถุงเบ้งเลยค่ะ ตอนเย็นก็เอามาผัดน้ำมันหน่อยนึง แล้วก็ชุบแป้งทอดอีกกองนึง ก็…..กรอบอย่างที่คิดค่ะ มันๆ  แล้วในดอกคงมียางอะไรหน่อย กินแล้วมันจะมีเมือกๆ ติดปลายนวม รวมๆ แล้วอันที่ทอดก็จะกินง่ายกว่าอันที่ผัดหน่อย งานนี้สอนให้รู้ว่า ป้าบอกให้ลวกจิ้ม ก็ลวกจิ้ม กรุณาอย่าแหลมไปทำอื่น แต่ก็เหลือไม่เท่าไหร่น้า พอไหวๆ

อีกอย่างที่เจอคือถั่วงอกค่ะ คนย่านนี้คงชอบกินถั่วงอก เขามีทั้งถั่วเหลือง ถั่วเขียว เอามาทำถั่วงอกหมด ขนาดสะตอ ลูกเนียงยังงอกเลยล่ะ  ท่านที่เคยเรียนวิทย์ แล้วครูให้เพาะถั่วงอกในถาดทิชชู่ อย่านึกลำพองตนไปอย่างป้า เพราะการเพาะถั่วงอกให้กลายเป็นต้นอวบแบบลวกใส่ก๋วยเตี๋ยวอย่างนั้น เขาต้องมีภูมิปัญญา และความเอาใจใส่นะคุณ ต้องล้างบ่อยๆ หรือยังไงนี่ล่ะ อันนี้ป้าทำเน่ามาเย้อะแล้ว ใครทำเป็นช่วยมาแถลงกันหน่อยนะ  แล้วป้าก็ไปเจอแผงขายถั่วงอก อุแม่เจา ถั่วงอกอะไรมันช่างน่ารัก  ต้นสั้นๆ ราวเซ็นเดียวแหละ หัวอวบๆ เอาละ เคยอ่านที่อาจารย์สาทิส แห่งชีวจิตสอนไว้ ท่านว่า ของงอกนี่แหละมีพลังชีวิต ป้าก็เอาเลย ซื้อมา 10 บาทเหมือนเดิม  แต่ ดับนี้แล้ว เราก็ไม่ได้ผัดกับเต้าหู้ดอกหนา ป้าเอามาผัดกระเทียมกับเนยค่ะคุณ ผัดให้แห้งหน่อย ใส่เกลือพอเค็ม กินกับปลาทอดแบบเสต๊กอะค่ะ เคี้ยวกรุบกรับ กรุบกรับ มันๆ อร้อย อร่อย ขอบอก

ป้าก็ว่า เออนะ เวลาย้ายไปอยู่ที่ไหน ลองกินแบบเขา อยู่แบบเขาดูนิ ก็จะรู้สึกดี๊ ดีนะ ได้มั่ง ไม่ได้มั่ง มันก็ต้องมีความกล้าหาญ แล้วก็ปรับตัวเรา ไปหาสิ่งอื่นรอบๆ ตัวเรานะ  ถ้าไม่มีบ้านตากอากาศแบบป้า ก็ใช้ช่วงไปเที่ยวเนอะว่าคนแถวนั้นเขากินอะไร อยู่แบบไหน  เราทำตามเขา ไม่ต้องขออะไรที่มันแปลกไป ก็ไม่เป็นภาระเจ้าถิ่น แถมยังมองว่าเราน่ารักแล้วก็ให้เกียรติกับวิถีของเขา แบบนี้ เราก็จะมีมิตรจิต มิตรใจกัน…อย่าทำเป็นเล่นไป นี่หนะ รากฐานของความมั่นคงแห่งชาติเชียวนา  

ส่วนหมูปัน ก็อยู่บ้านเรื่อยๆ แบบนี้ค่ะ เช้าเล่น แล้วก็อ่านหนังสือหน่อยนึง แล้วก็กิน…ตกเย็นก็กิน แล้วก็เล่น… ช่วงปิดเทอมนี่ แถวบ้านมีการบวชเณรภาคฤดูร้อนกันเยอะ ก็จะมีการบิณฑบาตรกัน เราก็แจมค่ะ …ก็มีตื่นมาใส่บาตรกันบ้าง  แต่ถ้าเป็นปลายปี ตอนปีใหม่นะ พระจะมารับบิณฑบาตรตรงหน้าบ้านเป็นแถวยาวกว่านี้เยอะเลย อากาศก็เย็นๆ สบายดีด้วยค่ะ

 

 

เพลินๆ ไปแป๊บเดียวเปิดเทอมซะแล้ว วันจะกลับกรุงเทพยังมีบ่นกระปอด กระแปดว่า “อิจฉาน้องจัง หน้าบ้านมีฟุตบาทด้วย” แบบว่ามันคงจะอิสระเสรีอะน่ะ ไม่ต้องระวังมากกกก อย่างเด็กเต้บ

 

มาถึงวันนี้ วันพืชมงคลนี่นะคะ ก็เปิดเทอมมาได้วันที่สามแล้วค่ะ เร็วกว่าโรงเรียนอื่นหน่อย หมูปันถึงกับบ่นเสียดายที่อดดูการ์ตูนเรื่องโปรดที่ฉายตอนวันหยุดพืชมงคล  อ้าว ก็หม่าม้าดูปฏิทิน เขากาไว้ว่าวันพืชมงคลเป็นวันจันทร์นี่นา ก็น่าจะได้ดูนิ  แล้วทำไมกลายเป็นวันพฤหัสไปได้ ทีวีโฆษณาวันผิดป๊าววว  อันนี้ทั้งป๊าหมู และป้าหมูก็งงไปตามๆ กัน เออเนอะ บ้านเรานี่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น คนที่เขาว่าจะเลิกม้อบ เขาก็ไม่เลิก คนที่เขาว่าจะปิดไฟตัดน้ำ เขาก็ไม่ตัด คนที่เขาว่าจะดองเปรี้ยวดองเค็มอะไรกัน เขาก็พริ้วกันไปซะงั้น นับประสาอะไรกับวันสำคัญทางราชการวันเดียวในปฏิทิน จะพิมพ์ผิดมั่งก็เอาเถอะ ถือซะว่า นี่ก็น่ารักอย่างไทย…เหมือนกัน

ว่างๆ ลองดูปฏิทินใกล้ๆ ตัวดูหน่อยซิค่ะ ว่าวันพืชมงคลหนะ มันวันไหนกันแน่ หรือจะมีอันที่บ้านป้าอันเดียว?  เหม่ เหม่ นี่มันสองมาตรฐานชัดๆ